วิธีเลือกฝ้าและฉนวนกันความร้อนให้เหมาะกับบ้าน

วิธีเลือกฝ้าและฉนวนกันความร้อนให้เหมาะกับบ้าน บ้านเย็น ประหยัดพลังงาน และใช้งานได้จริง 

บ้านที่อยู่สบายไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องปรับอากาศเพียงอย่างเดียว เพราะความร้อนจากหลังคาและผนังสามารถสะสมเข้าสู่ตัวบ้านตลอดทั้งวัน การเลือก ฝ้าและฉนวนกันความร้อน จึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิภายใน ลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ และเพิ่มความสบายในการอยู่อาศัย

สำหรับบ้านในประเทศไทย การเลือกวัสดุควรมองทั้งประสิทธิภาพการป้องกันความร้อน ความเหมาะสมกับพื้นที่ การทนต่อความชื้น ความปลอดภัย และวิธีติดตั้ง ไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาของแผ่นวัสดุเพียงอย่างเดียว

ฝ้าเพดานเกี่ยวข้องกับการกันความร้อนอย่างไร

ฝ้าเพดานเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแยกพื้นที่อยู่อาศัยออกจากโครงสร้างหลังคา ซึ่งเป็นบริเวณที่รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง หากหลังคาสะสมความร้อนสูง ความร้อนสามารถถ่ายเทลงมายังพื้นที่ใต้ฝ้า ทำให้ห้องร้อนและเครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้น

ดังนั้น หากบ้านมีปัญหาห้องชั้นบนร้อน โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ควรพิจารณาระบบฝ้าที่มีฉนวนกันความร้อนร่วมด้วย แทนการเลือกฝ้าจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว

ปัจจุบันมีวัสดุที่รวมแผ่นปิดผิวกับฉนวนไว้ในแผ่นเดียว ช่วยลดขั้นตอนการติดตั้งและทำให้สามารถจัดการทั้งงานฝ้าและการป้องกันความร้อนได้พร้อมกัน คือ PIRA SUPER BOARD ซึ่งพัฒนาจากแผ่นยิปซั่มและซีเมนต์บอร์ดที่ผสานกับ PIR Foam สำหรับงานฝ้าและผนัง

วิธีเลือกฝ้าและฉนวนกันความร้อนให้เหมาะกับบ้าน

1. ดูตำแหน่งที่ต้องการลดความร้อนก่อน

บ้านแต่ละหลังรับความร้อนไม่เหมือนกัน หากปัญหาหลักมาจากหลังคา ควรให้ความสำคัญกับฝ้าเพดานชั้นบนสุด เพราะเป็นจุดที่ความร้อนสะสมและส่งผ่านเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยได้โดยตรง

ส่วนบ้านที่มีผนังรับแดดจัด เช่น ด้านที่ได้รับแสงแดดในช่วงบ่าย การใช้ผนังที่มีฉนวนร่วมด้วยสามารถช่วยลดการส่งผ่านความร้อนเข้าสู่ห้องได้

PIRA SUPER BOARD สามารถนำไปใช้ได้ทั้งงานฝ้าเพดานและงานผนัง จึงเหมาะกับบ้านที่ต้องการจัดการความร้อนมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง

2. เลือกชนิดฉนวนจากประสิทธิภาพ ไม่ใช่ดูเพียงความหนา

ความหนาของฉนวนเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่ควรพิจารณา ควรดูค่า Thermal Conductivity หรือค่า k ร่วมด้วย เพราะค่าดังกล่าวสะท้อนความสามารถในการนำความร้อนของวัสดุ

PIR Foam หรือ Polyisocyanurate Foam เป็นฉนวนแบบเซลล์ปิดที่มีค่าการนำความร้อนต่ำ โดย PIRA SUPER BOARD ระบุค่า k ที่ 0.024 W/mK และค่า R หรือความต้านทานความร้อน 0.933 m²K/W ตามผลการทดสอบจากกรมวิทยาศาสตร์

สำหรับบ้านที่ต้องการลดความร้อนจากหลังคาและผนัง การพิจารณาค่าทางเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้เปรียบเทียบวัสดุได้เหมาะสมกว่าการดูราคาเพียงอย่างเดียว

3. เลือกฝ้าให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน

หากเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องทำงานที่เปิดเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ ควรให้ความสำคัญกับการลดความร้อน เพราะอุณหภูมิภายในห้องมีผลต่อความสบายและภาระของระบบปรับอากาศ

สำหรับพื้นที่ที่มีโอกาสสัมผัสความชื้น เช่น บนฝ้าเพดานหรือผนังเบาที่ความชื้นเกิดได้จากการควบแน่นของไอน้ำ จึงควรเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะกับสภาพแวดล้อมนั้นด้วย โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม PIRA SUPER BOARD ที่ฉนวน PIR Foam มีคุณสมบัติทนความชื้น จึงไม่ก่อให้เกิดเชื้อรา ทั้งแผ่นยิปซั่มและซีเมนต์บอร์ดเพื่อตอบโจทย์ลักษณะงานที่แตกต่างกัน

4. พิจารณาความปลอดภัยและอายุการใช้งาน

นอกจากการกันความร้อนแล้ว ฝ้าและฉนวนควรมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยและความทนทานที่เหมาะสม โดยเฉพาะบ้านที่ต้องการใช้งานในระยะยาว

PIRA SUPER BOARD ใช้ PIR Foam แบบ Closed Cell และมีผลการทดสอบด้านการทนไฟตามมาตรฐานสากล รวมถึงมีคุณสมบัติไม่ดูดซึมน้ำจึงไม่เกิดเชื้อรา ไม่มีส่วนผสมของเส้นใยที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ และความเป็นฉนวนแบบ Close Cell ที่อายุการใช้งานของฉนวนยาวนาน

จึงควรพิจารณาคุณสมบัติเหล่านี้ควบคู่กับความสามารถในการป้องกันความร้อน เพื่อให้วัสดุที่เลือกตอบโจทย์ทั้งความสบาย ความปลอดภัย และการใช้งานระยะยาว

ฝ้าธรรมดากับฝ้าที่มีฉนวนกันความร้อน ต่างกันอย่างไร?

ฝ้าทั่วไปทำหน้าที่หลักในการปิดผิวและตกแต่งเพดาน ส่วนระบบฝ้าที่มีฉนวนกันความร้อนจะเพิ่มชั้นวัสดุที่ช่วยชะลอการถ่ายเทความร้อนเข้ามาในบ้าน

การเลือกใช้แผ่นที่รวมฉนวนไว้ในตัวจึงช่วยลดจำนวนขั้นตอนจากการติดตั้งฝ้าและฉนวนแยกกัน โดย PIRA SUPER BOARD ใช้แนวคิดการรวมวัสดุไว้ในแผ่นเดียว ช่วยลดขั้นตอนการติดตั้งเมื่อเทียบกับวิธีเดิม

แนวทางนี้เหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมระยะเวลาการก่อสร้าง ลดการใช้แรงงาน และจัดการพื้นที่ติดตั้งให้เป็นระบบมากขึ้น

เลือกแผ่นฝ้าและฉนวนให้ตรงกับลักษณะบ้าน

การเลือกวัสดุที่เหมาะสมควรเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า ต้องการแก้ปัญหาความร้อนบริเวณใด หากต้องการลดความร้อนจากหลังคา การเลือกแผ่นฝ้าที่มีฉนวน PIR เป็นส่วนประกอบสามารถตอบโจทย์ได้โดยตรง

หากต้องการทำผนังเบาที่ช่วยลดความร้อนจากภายนอก ก็สามารถพิจารณาแผ่นที่ออกแบบมาสำหรับงานผนังโดยเฉพาะ ขณะที่พื้นที่ซึ่งต้องการความแข็งแรงหรือมีสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน อาจเลือกวัสดุผิวหน้าเป็นซีเมนต์บอร์ดร่วมกับ PIR Foam

ดังนั้น การเลือก ระบบวัสดุ ให้ตรงกับพื้นที่จึงสำคัญกว่าการเลือกฝ้าหรือฉนวนจากคุณสมบัติด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว

PIRA SUPER BOARD สำหรับบ้านที่ต้องการทั้งฝ้าและฉนวน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาวัสดุสำหรับงานฝ้าและผนังที่ช่วยจัดการความร้อน PIRA SUPER BOARD จากบริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผลิตภัณฑ์ที่รวมแผ่นปิดผิวเข้ากับฉนวน PIR Foam ในแผ่นเดียว มีทั้งรุ่น PIRA GYPSUM BOARD และ PIRA CEMENT BOARD รวมถึงฉนวน PIRA PIR FOAM สำหรับการเลือกใช้งานตามลักษณะพื้นที่

จุดเด่นคือการลดขั้นตอนการติดตั้งเมื่อเทียบกับการติดตั้งวัสดุหลายชั้นแยกกัน พร้อมคุณสมบัติด้านการป้องกันความร้อน ความชื้น และการทนไฟตามข้อมูลและผลการทดสอบของผลิตภัณฑ์

หากต้องการเลือกฝ้าและฉนวนกันความร้อนให้เหมาะกับบ้าน ควรพิจารณาทั้งตำแหน่งติดตั้ง คุณสมบัติของฉนวน และลักษณะการใช้งานจริง การเลือกวัสดุที่รวมคุณสมบัติของฝ้าและฉนวนไว้ด้วยกันอย่าง PIRA SUPER BOARD จึงเป็นอีกแนวทางสำหรับบ้านที่ต้องการลดความร้อน ลดขั้นตอนการติดตั้ง เพิ่มประสิทธิภาพการอยู่อาศัยและความปลอดภัยในระยะยาว

Q&A วิธีเลือกฝ้าและฉนวนกันความร้อนสำหรับบ้าน

Q ฝ้าแบบไหนเหมาะกับบ้านที่ต้องการลดความร้อน

A ฝ้าที่มีฉนวนกันความร้อนร่วมด้วยเหมาะกับบ้านที่ต้องการลดการถ่ายเทความร้อนจากหลังคาเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะห้องชั้นบนที่ได้รับความร้อนสูงในช่วงกลางวัน PIRA SUPER BOARD เป็นแผ่นฝ้าและผนังที่ผสาน PIR Foam ไว้ในแผ่นเดียว ช่วยลดขั้นตอนการติดตั้งและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการป้องกันความร้อน

Q PIR Foam เหมาะสำหรับใช้เป็นฉนวนกันความร้อนในบ้านหรือไม่

A PIR Foam เหมาะสำหรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพในการต้านทานความร้อน โดย PIRA SUPER BOARD ใช้ PIR Foam แบบ Closed Cell มีค่าการนำความร้อน (k) 0.024 W/mK และค่าการต้านทานความร้อน (R) 0.933 m²K/W ตามข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติด้านการทนไฟและลดการดูดซึมน้ำหรือความชื้นได้

Q PIRA SUPER BOARD ใช้ได้เฉพาะงานฝ้าเพดานหรือไม่

A ไม่จำกัดเฉพาะงานฝ้า PIRA SUPER BOARD สามารถนำไปใช้ได้ทั้งงานฝ้าเพดานและงานผนัง โดยมีทั้งรุ่นที่ใช้แผ่นยิปซั่มและซีเมนต์บอร์ดร่วมกับ PIR Foam จึงสามารถเลือกให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่และรูปแบบการก่อสร้างได้

Ribbon