<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</title>
	<atom:link href="https://www.piraboard.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.piraboard.com/</link>
	<description>รับผลิตและติดตั้งแผ่นฝ้าผนังกันความร้อน</description>
	<lastBuildDate>Wed, 16 Sep 2026 04:52:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.1</generator>

<image>
	<url>https://www.piraboard.com/wp-content/uploads/2025/07/cropped-Logo-Pira-Super-Board-e1751449470463-32x32.png</url>
	<title>บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</title>
	<link>https://www.piraboard.com/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ฉนวนกันความร้อนโรงงาน</title>
		<link>https://www.piraboard.com/uncategorized/factory-thermal-insulation/</link>
					<comments>https://www.piraboard.com/uncategorized/factory-thermal-insulation/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[content seo B.]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Sep 2026 04:52:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[PIRA SUPER BOARD]]></category>
		<category><![CDATA[ฉนวนกันความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ผนังติดฉนวน]]></category>
		<category><![CDATA[พียูโฟม (PU Foam)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.piraboard.com/?p=2134</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉนวนกันความร้อนโรงงาน เลือกอย่างไรให้เหมาะกับผนังและฝ้า&#160; ฉนวนกันความร้อนโรงงาน &#160;คือ วัสดุที่ต้านทานหรือป้องกันไม่ให้พลังงานความร้อนส่งผ่านจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งได้สะดวก แผ่นฉนวนกันความร้อนแต่ละชนิดจะมีการต้านทานความร้อนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแผ่นฉนวนที่ดี นอกจากจะมีน้ำหนักเบาแล้ว จะต้องต้านทานความร้อนที่ผ่านจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งให้ลดลงเหลือน้อยที่สุด แผ่นฉนวนกันความร้อน ต้องคัดเลือกจากคุณสมบัติ 4 ข้อ (ค่า K, ค่า R ความปลอดภัย และอายุการใช้งาน) การเลือกฉนวนสำหรับโรงงานควรเริ่มจากการวิเคราะห์พื้นที่ใช้งานจริง ไม่ใช่เลือกจากความหนาหรือราคาต่อแผ่นเพียงอย่างเดียว โดยมีปัจจัยหลักที่ควรพิจารณา ได้แก่ 1. แผ่นฉนวนกันความร้อน ต้องมีค่าการนำความร้อน (k–value) ต่ำ &#160;&#160;&#160;&#160;ค่าการนำความร้อน หมายถึง ฉนวนชนิดนั้นๆ ยอมให้ความร้อนผ่านตัววัสดุได้ง่ายแค่ไหน 2. แผ่นฉนวนกันความร้อน ต้องมีค่าการต้านทานความร้อน (R–value) สูง 3. ความปลอดภัยจากอัคคีภัยและปลอดภัยต่อสุขภาพ การเลือกฉนวนควรพิจารณาคุณสมบัติด้านการทนไฟและมาตรฐานการทดสอบประกอบด้วย ไม่ควรพิจารณาเฉพาะค่า Thermal Conductivity เท่านั้น PIRA SUPER BOARD ใช้ PIR Foam แบบ Closed Cell และมีข้อมูลการทดสอบด้านการทนไฟตามมาตรฐาน BS [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/uncategorized/factory-thermal-insulation/">ฉนวนกันความร้อนโรงงาน</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading has-large-font-size"><strong>ฉนวนกันความร้อนโรงงาน เลือกอย่างไรให้เหมาะกับผนังและฝ้า&nbsp;</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ฉนวนกันความร้อนโรงงาน</strong> &nbsp;คือ วัสดุที่ต้านทานหรือป้องกันไม่ให้พลังงานความร้อนส่งผ่านจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งได้สะดวก แผ่นฉนวนกันความร้อนแต่ละชนิดจะมีการต้านทานความร้อนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแผ่นฉนวนที่ดี นอกจากจะมีน้ำหนักเบาแล้ว จะต้องต้านทานความร้อนที่ผ่านจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งให้ลดลงเหลือน้อยที่สุด</p>



<h2 class="wp-block-heading has-large-font-size"><strong>แผ่นฉนวนกันความร้อน ต้องคัดเลือกจากคุณสมบัติ 4 ข้อ (ค่า K, ค่า R ความปลอดภัย และอายุการใช้งาน)</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การเลือกฉนวนสำหรับโรงงานควรเริ่มจากการวิเคราะห์พื้นที่ใช้งานจริง ไม่ใช่เลือกจากความหนาหรือราคาต่อแผ่นเพียงอย่างเดียว โดยมีปัจจัยหลักที่ควรพิจารณา ได้แก่</p>



<h3 class="wp-block-heading has-medium-font-size">1. <strong>แผ่นฉนวนกันความร้อน ต้องมีค่าการนำความร้อน (k–value) ต่ำ</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ค่าการนำความร้อน หมายถึง ฉนวนชนิดนั้นๆ ยอมให้ความร้อนผ่านตัววัสดุได้ง่ายแค่ไหน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>มีหน่วยวัดเป็น W/mK</li>



<li>หากแผ่นฉนวนกันความร้อน มีคุณสมบัติความเป็นฉนวนดี จะมีค่าการนำความร้อน (k-Value) ต่ำ ทำให้สามารถใช้ความหนาของฉนวนบางลงได้ ค่าการนำความร้อนเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัววัสดุ ไม่ขึ้นกับความหนา</li>



<li>หากพื้นที่ต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง ควรเลือกฉนวนที่มีค่าการนำความร้อนต่ำและสามารถลดการถ่ายเทความร้อนผ่านผนังหรือฝ้าได้ดี</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>2. แผ่นฉนวนกันความร้อน ต้องมีค่าการต้านทานความร้อน (R–value) สูง</strong></h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่าการต้านทานความร้อน หมายถึง ความสามารถของวัสดุที่จะยับยั้งการไหลหรือถ่ายเทความร้อนมีหน่วยวัดเป็น m2K/W</li>



<li>ค่าการต้านทานความร้อน (R-Value) ยิ่งสูง ความเป็นฉนวนยิ่งดี (สำหรับฉนวน)</li>



<li>คำนวณเป็นส่วนกลับของค่าการนำความร้อนขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นฉนวนกันความร้อนด้วย แต่ละความหนาก็จะมีค่าการนำความร้อนที่แตกต่างกันไป ดังนั้นหากต้องการเปรียบเทียบค่าการต้านทานความร้อนของวัสดุหลายๆ ชนิด อย่าลืมเทียบที่ความหนาเท่าๆกัน</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>3. ความปลอดภัยจากอัคคีภัยและปลอดภัยต่อสุขภาพ</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การเลือกฉนวนควรพิจารณาคุณสมบัติด้านการทนไฟและมาตรฐานการทดสอบประกอบด้วย ไม่ควรพิจารณาเฉพาะค่า Thermal Conductivity เท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">PIRA SUPER BOARD ใช้ PIR Foam แบบ Closed Cell และมีข้อมูลการทดสอบด้านการทนไฟตาม<a href="https://www.piraboard.com/blog/bs-476-standard/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>มาตรฐาน BS 476</strong></a> โดยผลิตภัณฑ์ระบุผลการทดสอบ BS 476 Part 6 Class 0 และ Part 7 Class 1</p>



<p class="wp-block-paragraph">PIRA SUPER BOARD เป็นฉนวน PIR FOAM ที่ไม่มีส่วนผสมของเส้นใย ที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรืออาจเป็นพิษต่อผู้อยู่อาศัย</p>



<h3 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>4. อายุการใช้งานยาวนาน</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การเลือกฉนวนควรพิจารณาถึงอายุการใช้งานของฉนวนนั้นๆด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">PIRA SUPER BOARD เป็น PIR Foam ฉนวนแบบเซลล์ปิด ความหนาแน่นสูง จึงคงสภาพไม่ยุบ ไม่สลายเมื่อโดนความร้อนและความชื้นเป็นเวลานาน จึงมั่นใจได้ในประสิทธิภาพการกันความร้อน ไม่ต้องขึ้นไปเช็คฉนวน ไม่ต้องเปลี่ยนฉนวนบ่อยๆ ลดค่า Maintenance จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว</p>



<h2 class="wp-block-heading has-large-font-size"><strong>ฉนวนกันความร้อน เลือกแบบไหนดี&nbsp;</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนตัดสินใจเลือกฉนวนกันความร้อนเราขอแนะนำประเภทของฉนวนกันความร้อนโรงงานก่อนเพราะมีหลายประเภทให้เลือก และแต่ละแบบก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน รวมถึงมีหลักการทำงานที่แตกต่างกันด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับโรงงานทั่วไป แนะนำเลือกผลิตภัณฑ์ PIRA ตามพื้นที่ติดตั้งดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>PIRA GYPSUM BOARD</strong> เหมาะสำหรับฝ้าเพดานและผนังภายในโรงงาน ช่วยลดความร้อนที่ถ่ายเทจากหลังคา พร้อมปิดผิวให้เรียบร้อยในขั้นตอนเดียว</li>



<li><strong>PIRA CEMENT BOARD</strong> เหมาะกับบริเวณที่มีความชื้นสูง ภายนอก หรือพื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรงและทนทานมากเป็นพิเศษ</li>



<li><strong>PIRA PIR FOAM</strong> เหมาะสำหรับติดตั้งใต้หลังคา เหนือฝ้า หรือภายในช่องผนัง ในตำแหน่งที่ไม่จำเป็นต้องมีแผ่นปิดผิวสำเร็จ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หากเป็นโรงงานที่ต้องการลดความร้อนจากหลังคาและต้องการติดตั้งฝ้าใหม่พร้อมกัน <strong><a href="https://www.piraboard.com/blog/pira-gypsum-board/" type="link" id="https://www.piraboard.com/blog/pira-gypsum-board/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">PIRA GYPSUM BOARD</a> ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุด</strong> เพราะรวมแผ่นยิปซั่มและฉนวน PIR Foam ไว้ในแผ่นเดียว ส่วนผนังภายนอกควรเลือก <strong>PIRA CEMENT BOARD</strong> </p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากโรงงานมีหลังคาเดิมอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องการฝ้าเพดาน ควรเลือก <a href="https://www.piraboard.com/blog/pir/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>PIRA PIR FOAM</strong> </a>ที่สามารถติดใต้หลังคาหรือใต้แป (Purlin) แทนได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผลิตภัณฑ์ทั้งสามแบบใช้ฉนวน PIR Foam ซึ่งระบุค่าการนำความร้อนที่ <strong>0.024 W/mK</strong> และค่าต้านทานความร้อน <strong>0.933 m²K/W</strong> <a href="https://www.piraboard.com/?utm_source=chatgpt.com">ข้อมูลผลิตภัณฑ์และสเปกจาก PIRA</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ละแบบเหมาะกับลักษณะโรงงานและพื้นที่ใช้งานต่างกัน ดังนี้</p>



<table style="width:100%; border-collapse:collapse; font-size:16px; line-height:1.6; border:1px solid #ddd;">
    <tr style="background-color:#00CCCC; color:#ffffff;">
        <th style="padding:12px; border:1px solid #ddd; text-align:center;">ผลิตภัณฑ์ PIRA</th>
        <th style="padding:12px; border:1px solid #ddd; text-align:center;">เหมาะกับโรงงาน</th>
        <th style="padding:12px; border:1px solid #ddd; text-align:center;">ตำแหน่งที่เหมาะติดตั้ง</th>
    </tr>

    <tr style="background-color:#ffffff; color:#000000;">
        <td style="padding:12px; border:1px solid #ddd; text-align:left;"><strong>PIRA GYPSUM BOARD</strong></td>
        <td style="padding:12px; border:1px solid #ddd; text-align:left;">โรงงานประกอบสินค้า โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ โรงงานเสื้อผ้า โรงพิมพ์ สำนักงานภายในโรงงาน และคลังสินค้าทั่วไป</td>
        <td style="padding:12px; border:1px solid #ddd; text-align:left;">ฝ้าเพดานและผนังภายในที่แห้ง</td>
    </tr>

    <tr style="background-color:#ffffff; color:#000000;">
        <td style="padding:12px; border:1px solid #ddd; text-align:left;"><strong>PIRA CEMENT BOARD</strong></td>
        <td style="padding:12px; border:1px solid #ddd; text-align:left;">โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม โรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร โรงงานซักล้าง โรงงานที่มีไอน้ำ รวมถึงพื้นที่ผลิตที่มีความชื้นสูง</td>
        <td style="padding:12px; border:1px solid #ddd; text-align:left;">ผนังหรือฝ้าบริเวณกึ่งภายนอก พื้นที่ชื้น และจุดที่ต้องการความแข็งแรง</td>
    </tr>

    <tr style="background-color:#ffffff; color:#000000;">
        <td style="padding:12px; border:1px solid #ddd; text-align:left;"><strong>PIRA PIR FOAM</strong></td>
        <td style="padding:12px; border:1px solid #ddd; text-align:left;">โรงงานเหล็ก โรงงานพลาสติก โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โกดังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และอาคารที่มีหลังคาโลหะขนาดใหญ่</td>
        <td style="padding:12px; border:1px solid #ddd; text-align:left;">ใต้หลังคา เหนือฝ้า ภายในช่องผนัง หรือบริเวณที่ไม่ต้องการผิวสำเร็จ</td>
    </tr>
</table>



<h2 class="wp-block-heading has-large-font-size"><strong>สรุปฉนวนกันความร้อนโรงงาน เลือกจากลักษณะงาน ไม่ใช่เลือกจากราคาอย่างเดียว</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ฉนวนกันความร้อนโรงงาน</strong> ที่เหมาะสมควรตอบโจทย์ทั้งการควบคุมความร้อน ความปลอดภัย ความชื้น ลักษณะพื้นที่ และข้อกำหนดของกระบวนการผลิต การเลือกวัสดุที่มีข้อมูลทางเทคนิคชัดเจนจึงช่วยให้การออกแบบและประเมินความคุ้มค่าทำได้แม่นยำขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับโรงงานที่ต้องการวัสดุซึ่งรวมคุณสมบัติของแผ่นปิดผิวและฉนวนไว้ในระบบเดียว <strong>PIRA SUPER BOARD</strong> จากบริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นอีกทางเลือกสำหรับงานผนังและฝ้า โดยใช้ PIR Foam ที่มีค่าการนำความร้อน 0.024 W/mK และมีข้อมูลการทดสอบตามมาตรฐาน ASTM C 518 รวมถึงมาตรฐานด้านการทนไฟ BS 476</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเลือกใช้ฉนวนสำหรับโรงงานจึงควรเริ่มจากการประเมินพื้นที่จริงและวัตถุประสงค์ของอาคาร จากนั้นจึงเลือกชนิดและระบบติดตั้งที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพด้านการกันความร้อน ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในการใช้งานระยะยาว</p>



<h2 class="wp-block-heading has-large-font-size"><strong>คำถามที่พบบ่อย ฉนวนกันความร้อนโรงงาน&nbsp;</strong></h2>



<div style="background-color:#00cccc; color:#000000; border-radius:12px; box-shadow:0 4px 12px rgba(128,128,128,0.35); padding:15px 18px; margin-bottom:18px; font-size:11pt; line-height:1.6;">
    <h3 style="font-size:11pt; font-weight:bold; color:#000000; margin:0 0 8px 0;">
        Q: ฉนวนกันความร้อนโรงงานควรเลือกจากอะไรบ้าง
    </h3>
    <p style="font-size:11pt; color:#000000; margin:0;">
        A: ควรพิจารณาค่าการนำความร้อน (k-value) ค่าการต้านทานความร้อน (R-value) ความปลอดภัยด้านอัคคีภัย การทนต่อความชื้น ลักษณะพื้นที่ และระบบติดตั้งร่วมกัน ไม่ควรเลือกจากราคาและความหนาเพียงอย่างเดียว
    </p>
</div>

<div style="background-color:#00cccc; color:#000000; border-radius:12px; box-shadow:0 4px 12px rgba(128,128,128,0.35); padding:15px 18px; margin-bottom:18px; font-size:11pt; line-height:1.6;">
    <h3 style="font-size:11pt; font-weight:bold; color:#000000; margin:0 0 8px 0;">
        Q: ค่า K และค่า R ของฉนวนกันความร้อนต่างกันอย่างไร
    </h3>
    <p style="font-size:11pt; color:#000000; margin:0;">
        A: ค่า K หรือ Thermal Conductivity ใช้บอกความสามารถในการนำความร้อนของวัสดุ โดยค่าต่ำหมายถึงนำความร้อนได้ยาก ส่วนค่า R หรือ Thermal Resistance ใช้บอกความสามารถในการต้านทานการถ่ายเทความร้อน โดยค่าที่สูงกว่าหมายถึงต้านทานความร้อนได้ดีกว่า ทั้งนี้ค่า R ต้องพิจารณาร่วมกับความหนาของฉนวน
    </p>
</div>

<div style="background-color:#00cccc; color:#000000; border-radius:12px; box-shadow:0 4px 12px rgba(128,128,128,0.35); padding:15px 18px; margin-bottom:18px; font-size:11pt; line-height:1.6;">
    <h3 style="font-size:11pt; font-weight:bold; color:#000000; margin:0 0 8px 0;">
        Q: PIR Foam เหมาะกับการใช้เป็นฉนวนกันความร้อนโรงงานหรือไม่
    </h3>
    <p style="font-size:11pt; color:#000000; margin:0;">
        A: PIR Foam เหมาะกับงานที่ต้องการประสิทธิภาพด้านความร้อนในความหนาที่เหมาะสม โดยมีโครงสร้างแบบ Closed Cell และสามารถนำไปใช้กับงานผนัง ฝ้า ห้องเย็น และพื้นที่ที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ ทั้งนี้ควรเลือกตามข้อกำหนดของพื้นที่และระบบติดตั้ง
    </p>
</div>

<div style="background-color:#00cccc; color:#000000; border-radius:12px; box-shadow:0 4px 12px rgba(128,128,128,0.35); padding:15px 18px; margin-bottom:18px; font-size:11pt; line-height:1.6;">
    <h3 style="font-size:11pt; font-weight:bold; color:#000000; margin:0 0 8px 0;">
        Q: ทำไมฉนวนกันความร้อนโรงงานจึงต้องพิจารณามาตรฐานการทนไฟ
    </h3>
    <p style="font-size:11pt; color:#000000; margin:0;">
        A: โรงงานมีทั้งเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า และกระบวนการผลิตที่อาจมีความเสี่ยงด้านอัคคีภัย จึงควรพิจารณาคุณสมบัติด้านการทนไฟและผลการทดสอบตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องควบคู่กับประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับอาคาร
    </p>
</div>

<div style="background-color:#00cccc; color:#000000; border-radius:12px; box-shadow:0 4px 12px rgba(128,128,128,0.35); padding:15px 18px; margin-bottom:18px; font-size:11pt; line-height:1.6;">
    <h3 style="font-size:11pt; font-weight:bold; color:#000000; margin:0 0 8px 0;">
        Q: PIRA SUPER BOARD เหมาะกับงานฉนวนกันความร้อนโรงงานแบบใด
    </h3>
    <p style="font-size:11pt; color:#000000; margin:0;">
        A: PIRA SUPER BOARD เหมาะสำหรับงานผนังและฝ้าในโรงงานหรือพื้นที่อุตสาหกรรมที่ต้องการทั้งการลดการถ่ายเทความร้อนและระบบแผ่นปิดผิวในชุดเดียว โดยใช้ PIR Foam ที่มีค่าการนำความร้อน 0.024 W/mK และมีข้อมูลการทดสอบตาม ASTM C 518 รวมถึงมาตรฐานด้านการทนไฟ BS 476 และด้วยลักษณะของแผ่นที่มีฉนวนในตัว ทำให้ติดตั้งได้รวดเร็ว ช่วยลดเวลาในการก่อสร้าง ทำให้โรงงานสร้างเสร็จได้เร็วขึ้นอีกด้วย
    </p>
</div>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/uncategorized/factory-thermal-insulation/">ฉนวนกันความร้อนโรงงาน</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.piraboard.com/uncategorized/factory-thermal-insulation/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีเลือกฝ้าและฉนวนกันความร้อนให้เหมาะกับบ้าน</title>
		<link>https://www.piraboard.com/uncategorized/choose-ceiling-insulation-home/</link>
					<comments>https://www.piraboard.com/uncategorized/choose-ceiling-insulation-home/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[content seo B.]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Sep 2026 04:44:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[PIRA CEMENT BOARD]]></category>
		<category><![CDATA[PIRA GYPSUM BOARD]]></category>
		<category><![CDATA[PIRA SUPER BOARD]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.piraboard.com/?p=2129</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิธีเลือกฝ้าและฉนวนกันความร้อนให้เหมาะกับบ้าน บ้านเย็น ประหยัดพลังงาน และใช้งานได้จริง&#160; บ้านที่อยู่สบายไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องปรับอากาศเพียงอย่างเดียว เพราะความร้อนจากหลังคาและผนังสามารถสะสมเข้าสู่ตัวบ้านตลอดทั้งวัน การเลือก ฝ้าและฉนวนกันความร้อน จึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิภายใน ลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ และเพิ่มความสบายในการอยู่อาศัย สำหรับบ้านในประเทศไทย การเลือกวัสดุควรมองทั้งประสิทธิภาพการป้องกันความร้อน ความเหมาะสมกับพื้นที่ การทนต่อความชื้น ความปลอดภัย และวิธีติดตั้ง ไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาของแผ่นวัสดุเพียงอย่างเดียว ฝ้าเพดานเกี่ยวข้องกับการกันความร้อนอย่างไร ฝ้าเพดานเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแยกพื้นที่อยู่อาศัยออกจากโครงสร้างหลังคา ซึ่งเป็นบริเวณที่รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง หากหลังคาสะสมความร้อนสูง ความร้อนสามารถถ่ายเทลงมายังพื้นที่ใต้ฝ้า ทำให้ห้องร้อนและเครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้น ดังนั้น หากบ้านมีปัญหาห้องชั้นบนร้อน โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ควรพิจารณาระบบฝ้าที่มีฉนวนกันความร้อนร่วมด้วย แทนการเลือกฝ้าจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว ปัจจุบันมีวัสดุที่รวมแผ่นปิดผิวกับฉนวนไว้ในแผ่นเดียว ช่วยลดขั้นตอนการติดตั้งและทำให้สามารถจัดการทั้งงานฝ้าและการป้องกันความร้อนได้พร้อมกัน คือ PIRA SUPER BOARD ซึ่งพัฒนาจากแผ่นยิปซั่มและซีเมนต์บอร์ดที่ผสานกับ PIR Foam สำหรับงานฝ้าและผนัง วิธีเลือกฝ้าและฉนวนกันความร้อนให้เหมาะกับบ้าน 1. ดูตำแหน่งที่ต้องการลดความร้อนก่อน บ้านแต่ละหลังรับความร้อนไม่เหมือนกัน หากปัญหาหลักมาจากหลังคา ควรให้ความสำคัญกับฝ้าเพดานชั้นบนสุด เพราะเป็นจุดที่ความร้อนสะสมและส่งผ่านเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยได้โดยตรง ส่วนบ้านที่มีผนังรับแดดจัด เช่น ด้านที่ได้รับแสงแดดในช่วงบ่าย การใช้ผนังที่มีฉนวนร่วมด้วยสามารถช่วยลดการส่งผ่านความร้อนเข้าสู่ห้องได้ PIRA SUPER BOARD สามารถนำไปใช้ได้ทั้งงานฝ้าเพดานและงานผนัง จึงเหมาะกับบ้านที่ต้องการจัดการความร้อนมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/uncategorized/choose-ceiling-insulation-home/">วิธีเลือกฝ้าและฉนวนกันความร้อนให้เหมาะกับบ้าน</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading has-large-font-size"><strong>วิธีเลือกฝ้าและฉนวนกันความร้อนให้เหมาะกับบ้าน บ้านเย็น ประหยัดพลังงาน และใช้งานได้จริง&nbsp;</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">บ้านที่อยู่สบายไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องปรับอากาศเพียงอย่างเดียว เพราะความร้อนจากหลังคาและผนังสามารถสะสมเข้าสู่ตัวบ้านตลอดทั้งวัน การเลือก <a href="https://www.piraboard.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>ฝ้าและฉนวนกันความร้อน</strong></a> จึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิภายใน ลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ และเพิ่มความสบายในการอยู่อาศัย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับบ้านในประเทศไทย การเลือกวัสดุควรมองทั้งประสิทธิภาพการป้องกันความร้อน ความเหมาะสมกับพื้นที่ การทนต่อความชื้น ความปลอดภัย และวิธีติดตั้ง ไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาของแผ่นวัสดุเพียงอย่างเดียว</p>



<h2 class="wp-block-heading has-large-font-size"><strong>ฝ้าเพดานเกี่ยวข้องกับการกันความร้อนอย่างไร</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ฝ้าเพดานเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแยกพื้นที่อยู่อาศัยออกจากโครงสร้างหลังคา ซึ่งเป็นบริเวณที่รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง หากหลังคาสะสมความร้อนสูง ความร้อนสามารถถ่ายเทลงมายังพื้นที่ใต้ฝ้า ทำให้ห้องร้อนและเครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น หากบ้านมีปัญหาห้องชั้นบนร้อน โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ควรพิจารณาระบบฝ้าที่มีฉนวนกันความร้อนร่วมด้วย แทนการเลือกฝ้าจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันมีวัสดุที่รวมแผ่นปิดผิวกับฉนวนไว้ในแผ่นเดียว ช่วยลดขั้นตอนการติดตั้งและทำให้สามารถจัดการทั้งงานฝ้าและการป้องกันความร้อนได้พร้อมกัน คือ PIRA SUPER BOARD ซึ่งพัฒนาจากแผ่นยิปซั่มและซีเมนต์บอร์ดที่ผสานกับ PIR Foam สำหรับงานฝ้าและผนัง</p>



<h2 class="wp-block-heading has-large-font-size"><strong>วิธีเลือกฝ้าและฉนวนกันความร้อนให้เหมาะกับบ้าน</strong></h2>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://www.piraboard.com/wp-content/uploads/2026/09/วิธีติดตั้งแผ่นยิปซั่ม-2-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-2132" srcset="https://www.piraboard.com/wp-content/uploads/2026/09/วิธีติดตั้งแผ่นยิปซั่ม-2-1024x768.jpg 1024w, https://www.piraboard.com/wp-content/uploads/2026/09/วิธีติดตั้งแผ่นยิปซั่ม-2-300x225.jpg 300w, https://www.piraboard.com/wp-content/uploads/2026/09/วิธีติดตั้งแผ่นยิปซั่ม-2-768x576.jpg 768w, https://www.piraboard.com/wp-content/uploads/2026/09/วิธีติดตั้งแผ่นยิปซั่ม-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>1. ดูตำแหน่งที่ต้องการลดความร้อนก่อน</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">บ้านแต่ละหลังรับความร้อนไม่เหมือนกัน หากปัญหาหลักมาจากหลังคา ควรให้ความสำคัญกับฝ้าเพดานชั้นบนสุด เพราะเป็นจุดที่ความร้อนสะสมและส่งผ่านเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยได้โดยตรง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนบ้านที่มีผนังรับแดดจัด เช่น ด้านที่ได้รับแสงแดดในช่วงบ่าย การใช้ผนังที่มีฉนวนร่วมด้วยสามารถช่วยลดการส่งผ่านความร้อนเข้าสู่ห้องได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">PIRA SUPER BOARD สามารถนำไปใช้ได้ทั้งงานฝ้าเพดานและงานผนัง จึงเหมาะกับบ้านที่ต้องการจัดการความร้อนมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง</p>



<h3 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>2. เลือกชนิดฉนวนจากประสิทธิภาพ ไม่ใช่ดูเพียงความหนา</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ความหนาของฉนวนเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่ควรพิจารณา ควรดูค่า Thermal Conductivity หรือ<a href="https://www.piraboard.com/blog/pir-insulation-k-r-b2-values/">ค่า k</a> ร่วมด้วย เพราะค่าดังกล่าวสะท้อนความสามารถในการนำความร้อนของวัสดุ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.piraboard.com/blog/pir/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>PIR Foam</strong></a> หรือ Polyisocyanurate Foam เป็นฉนวนแบบเซลล์ปิดที่มีค่าการนำความร้อนต่ำ โดย PIRA SUPER BOARD ระบุค่า k ที่ 0.024 W/mK และค่า R หรือความต้านทานความร้อน 0.933 m²K/W ตามผลการทดสอบจากกรมวิทยาศาสตร์</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับบ้านที่ต้องการลดความร้อนจากหลังคาและผนัง การพิจารณาค่าทางเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้เปรียบเทียบวัสดุได้เหมาะสมกว่าการดูราคาเพียงอย่างเดียว</p>



<h3 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>3. เลือกฝ้าให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องทำงานที่เปิดเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ ควรให้ความสำคัญกับการลดความร้อน เพราะอุณหภูมิภายในห้องมีผลต่อความสบายและภาระของระบบปรับอากาศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับพื้นที่ที่มีโอกาสสัมผัสความชื้น เช่น บนฝ้าเพดานหรือผนังเบาที่ความชื้นเกิดได้จากการควบแน่นของไอน้ำ จึงควรเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะกับสภาพแวดล้อมนั้นด้วย โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม PIRA SUPER BOARD ที่ฉนวน PIR Foam มีคุณสมบัติทนความชื้น จึงไม่ก่อให้เกิดเชื้อรา ทั้งแผ่นยิปซั่มและซีเมนต์บอร์ดเพื่อตอบโจทย์ลักษณะงานที่แตกต่างกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading has-medium-font-size"><strong>4. พิจารณาความปลอดภัยและอายุการใช้งาน</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากการกันความร้อนแล้ว ฝ้าและฉนวนควรมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยและความทนทานที่เหมาะสม โดยเฉพาะบ้านที่ต้องการใช้งานในระยะยาว</p>



<p class="wp-block-paragraph">PIRA SUPER BOARD ใช้ PIR Foam แบบ Closed Cell และมีผลการทดสอบด้านการทนไฟตามมาตรฐานสากล รวมถึงมีคุณสมบัติไม่ดูดซึมน้ำจึงไม่เกิดเชื้อรา ไม่มีส่วนผสมของเส้นใยที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ และความเป็นฉนวนแบบ Close Cell ที่อายุการใช้งานของฉนวนยาวนาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จึงควรพิจารณาคุณสมบัติเหล่านี้ควบคู่กับความสามารถในการป้องกันความร้อน เพื่อให้วัสดุที่เลือกตอบโจทย์ทั้งความสบาย ความปลอดภัย และการใช้งานระยะยาว</p>



<h2 class="wp-block-heading has-large-font-size"><strong>ฝ้าธรรมดากับฝ้าที่มีฉนวนกันความร้อน ต่างกันอย่างไร?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ฝ้าทั่วไปทำหน้าที่หลักในการปิดผิวและตกแต่งเพดาน ส่วนระบบฝ้าที่มีฉนวนกันความร้อนจะเพิ่มชั้นวัสดุที่ช่วยชะลอการถ่ายเทความร้อนเข้ามาในบ้าน</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเลือกใช้แผ่นที่รวมฉนวนไว้ในตัวจึงช่วยลดจำนวนขั้นตอนจากการติดตั้งฝ้าและฉนวนแยกกัน โดย <a href="https://www.piraboard.com/product/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">PIRA SUPER BOARD</a> ใช้แนวคิดการรวมวัสดุไว้ในแผ่นเดียว ช่วยลดขั้นตอนการติดตั้งเมื่อเทียบกับวิธีเดิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนวทางนี้เหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมระยะเวลาการก่อสร้าง ลดการใช้แรงงาน และจัดการพื้นที่ติดตั้งให้เป็นระบบมากขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading has-large-font-size"><strong>เลือกแผ่นฝ้าและฉนวนให้ตรงกับลักษณะบ้าน</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การเลือกวัสดุที่เหมาะสมควรเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า ต้องการแก้ปัญหาความร้อนบริเวณใด หากต้องการลดความร้อนจากหลังคา การเลือกแผ่นฝ้าที่มีฉนวน PIR เป็นส่วนประกอบสามารถตอบโจทย์ได้โดยตรง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากต้องการทำผนังเบาที่ช่วยลดความร้อนจากภายนอก ก็สามารถพิจารณาแผ่นที่ออกแบบมาสำหรับงานผนังโดยเฉพาะ ขณะที่พื้นที่ซึ่งต้องการความแข็งแรงหรือมีสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน อาจเลือกวัสดุผิวหน้าเป็นซีเมนต์บอร์ดร่วมกับ PIR Foam</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น การเลือก ระบบวัสดุ ให้ตรงกับพื้นที่จึงสำคัญกว่าการเลือกฝ้าหรือฉนวนจากคุณสมบัติด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว</p>



<h2 class="wp-block-heading has-large-font-size"><strong>PIRA SUPER BOARD สำหรับบ้านที่ต้องการทั้งฝ้าและฉนวน</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับผู้ที่กำลังมองหาวัสดุสำหรับงานฝ้าและผนังที่ช่วยจัดการความร้อน PIRA SUPER BOARD จากบริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผลิตภัณฑ์ที่รวมแผ่นปิดผิวเข้ากับฉนวน PIR Foam ในแผ่นเดียว มีทั้งรุ่น <a href="https://www.piraboard.com/blog/pira-gypsum-board/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">PIRA GYPSUM BOARD</a> และ <a href="https://www.piraboard.com/blog/cement-board-guide/">PIRA CEMENT BOARD</a> รวมถึงฉนวน PIRA PIR FOAM สำหรับการเลือกใช้งานตามลักษณะพื้นที่</p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดเด่นคือการลดขั้นตอนการติดตั้งเมื่อเทียบกับการติดตั้งวัสดุหลายชั้นแยกกัน พร้อมคุณสมบัติด้านการป้องกันความร้อน ความชื้น และการทนไฟตามข้อมูลและผลการทดสอบของผลิตภัณฑ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากต้องการเลือกฝ้าและฉนวนกันความร้อนให้เหมาะกับบ้าน ควรพิจารณาทั้งตำแหน่งติดตั้ง คุณสมบัติของฉนวน และลักษณะการใช้งานจริง การเลือกวัสดุที่รวมคุณสมบัติของฝ้าและฉนวนไว้ด้วยกันอย่าง <strong>PIRA SUPER BOARD</strong> จึงเป็นอีกแนวทางสำหรับบ้านที่ต้องการลดความร้อน ลดขั้นตอนการติดตั้ง เพิ่มประสิทธิภาพการอยู่อาศัยและความปลอดภัยในระยะยาว</p>



<h2 class="wp-block-heading has-large-font-size"><strong>Q&amp;A วิธีเลือกฝ้าและฉนวนกันความร้อนสำหรับบ้าน</strong></h2>



<div style="background-color:#00cccc; color:#000000; border-radius:12px; box-shadow:0 4px 10px rgba(128,128,128,0.25); padding:15px 18px; margin-bottom:16px;">
  <h3 style="font-size:11pt; font-weight:bold; color:#000000; margin:0 0 8px 0;">
    Q ฝ้าแบบไหนเหมาะกับบ้านที่ต้องการลดความร้อน
  </h3>
  <p style="font-size:11pt; font-weight:normal; color:#000000; margin:0; line-height:1.6;">
    A ฝ้าที่มีฉนวนกันความร้อนร่วมด้วยเหมาะกับบ้านที่ต้องการลดการถ่ายเทความร้อนจากหลังคาเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะห้องชั้นบนที่ได้รับความร้อนสูงในช่วงกลางวัน PIRA SUPER BOARD เป็นแผ่นฝ้าและผนังที่ผสาน PIR Foam ไว้ในแผ่นเดียว ช่วยลดขั้นตอนการติดตั้งและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการป้องกันความร้อน
  </p>
</div>

<div style="background-color:#00cccc; color:#000000; border-radius:12px; box-shadow:0 4px 10px rgba(128,128,128,0.25); padding:15px 18px; margin-bottom:16px;">
  <h3 style="font-size:11pt; font-weight:bold; color:#000000; margin:0 0 8px 0;">
    Q PIR Foam เหมาะสำหรับใช้เป็นฉนวนกันความร้อนในบ้านหรือไม่
  </h3>
  <p style="font-size:11pt; font-weight:normal; color:#000000; margin:0; line-height:1.6;">
    A PIR Foam เหมาะสำหรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพในการต้านทานความร้อน โดย PIRA SUPER BOARD ใช้ PIR Foam แบบ Closed Cell มีค่าการนำความร้อน (k) 0.024 W/mK และค่าการต้านทานความร้อน (R) 0.933 m²K/W ตามข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติด้านการทนไฟและลดการดูดซึมน้ำหรือความชื้นได้
  </p>
</div>

<div style="background-color:#00cccc; color:#000000; border-radius:12px; box-shadow:0 4px 10px rgba(128,128,128,0.25); padding:15px 18px; margin-bottom:16px;">
  <h3 style="font-size:11pt; font-weight:bold; color:#000000; margin:0 0 8px 0;">
    Q PIRA SUPER BOARD ใช้ได้เฉพาะงานฝ้าเพดานหรือไม่
  </h3>
  <p style="font-size:11pt; font-weight:normal; color:#000000; margin:0; line-height:1.6;">
    A ไม่จำกัดเฉพาะงานฝ้า PIRA SUPER BOARD สามารถนำไปใช้ได้ทั้งงานฝ้าเพดานและงานผนัง โดยมีทั้งรุ่นที่ใช้แผ่นยิปซั่มและซีเมนต์บอร์ดร่วมกับ PIR Foam จึงสามารถเลือกให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่และรูปแบบการก่อสร้างได้
  </p>
</div>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/uncategorized/choose-ceiling-insulation-home/">วิธีเลือกฝ้าและฉนวนกันความร้อนให้เหมาะกับบ้าน</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.piraboard.com/uncategorized/choose-ceiling-insulation-home/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PIR Foam vs PU Foam แตกต่างกันไหม</title>
		<link>https://www.piraboard.com/blog/pir-foam-vs-pu-foam/</link>
					<comments>https://www.piraboard.com/blog/pir-foam-vs-pu-foam/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[content seo B.]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 06:49:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[PIR Foam]]></category>
		<category><![CDATA[PU Foam]]></category>
		<category><![CDATA[ฉนวนกันร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[พียูโฟม (PU Foam)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.piraboard.com/?p=2114</guid>

					<description><![CDATA[<p>PIR Foam vs PU Foam แตกต่างกันอย่างไร ทำไมอาคารและโรงงานยุคใหม่จึงเริ่มเลือกใช้ PIR Foam มากขึ้น  PIR Foam และ PU Foam อยู่ในกลุ่มวัสดุเดียวกันคือโพลียูรีเทน (Polyurethane) แต่ PIR Foam ได้รับการพัฒนาให้มีวงแหวน Isocyanurate เพิ่มขึ้น ส่งผลให้วัสดุมีเสถียรภาพสูงกว่า และให้ประสิทธิภาพด้านต่าง ๆ ที่เหนือกว่า PU Foam ในหลายด้าน 1. ประสิทธิภาพการกันความร้อน คุณสมบัติสำคัญที่สุดของวัสดุฉนวนคือความสามารถในการลดการถ่ายเทความร้อน PIR Foam มีค่าการนำความร้อนต่ำกว่า PU Foam ส่งผลให้สามารถป้องกันความร้อนจากภายนอกเข้าสู่อาคารได้มีประสิทธิภาพมากกว่า แม้ใช้ความหนาเท่ากันก็ตาม สำหรับประเทศไทยที่มีอุณหภูมิสูงเกือบตลอดทั้งปี การเลือกใช้ฉนวนที่สามารถลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างเห็นผลในระยะยาวโดยเฉพาะอาคารที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า อาคารสำนักงาน ห้องเย็นและห้องควบคุมอุณหภูมิ ยิ่งพื้นที่มีการใช้พลังงานสูงเท่าใด ประสิทธิภาพของฉนวนก็ยิ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมากขึ้นเท่านั้น 2. ความปลอดภัยด้านอัคคีภัยที่มากกว่า อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ PIR [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/pir-foam-vs-pu-foam/">PIR Foam vs PU Foam แตกต่างกันไหม</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><b><span style="font-size: 18pt;">PIR Foam vs PU Foam แตกต่างกันอย่างไร ทำไมอาคารและโรงงานยุคใหม่จึงเริ่มเลือกใช้ PIR Foam มากขึ้น</span> </b></h2>
<p><a href="https://www.piraboard.com/pir-25mm/"><span style="font-weight: 400;">PIR Foam </span></a><span style="font-weight: 400;">และ PU Foam อยู่ในกลุ่มวัสดุเดียวกันคือโพลียูรีเทน (Polyurethane) แต่ PIR Foam ได้รับการพัฒนาให้มีวงแหวน Isocyanurate เพิ่มขึ้น ส่งผลให้วัสดุมีเสถียรภาพสูงกว่า และให้ประสิทธิภาพด้านต่าง ๆ ที่เหนือกว่า PU Foam ในหลายด้าน</span></p>
<h3><span style="font-size: 16pt;"><b>1. ประสิทธิภาพการกันความร้อน</b></span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสมบัติสำคัญที่สุดของวัสดุฉนวนคือความสามารถในการลดการถ่ายเทความร้อน </span><span style="font-weight: 400;">PIR Foam มีค่าการนำความร้อนต่ำกว่า PU Foam ส่งผลให้สามารถป้องกันความร้อนจากภายนอกเข้าสู่อาคารได้มีประสิทธิภาพมากกว่า แม้ใช้ความหนาเท่ากันก็ตาม </span><span style="font-weight: 400;">สำหรับประเทศไทยที่มีอุณหภูมิสูงเกือบตลอดทั้งปี การเลือกใช้ฉนวนที่สามารถลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างเห็นผลในระยะยาว</span><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะอาคารที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โรงงานอุตสาหกรรม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คลังสินค้า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ศูนย์กระจายสินค้า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อาคารสำนักงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ห้องเย็นและห้องควบคุมอุณหภูมิ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งพื้นที่มีการใช้พลังงานสูงเท่าใด ประสิทธิภาพของฉนวนก็ยิ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<h2><span style="font-size: 16pt;"><b>2. ความปลอดภัยด้านอัคคีภัยที่มากกว่า</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ PIR Foam ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือเรื่องของความปลอดภัยจากไฟไหม้ </span><span style="font-weight: 400;">โครงสร้างของ PIR Foam มีความเสถียรต่ออุณหภูมิสูงมากกว่า PU Foam เมื่อสัมผัสกับเปลวไฟ วัสดุจะเกิดการไหม้ช้ากว่า และสามารถสร้างชั้นคาร์บอนบนผิววัสดุเพื่อช่วยชะลอการลุกลามของเปลวไฟได้ </span><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่ PU Foam แม้จะสามารถเติมสารหน่วงไฟได้ในบางสูตร แต่โดยธรรมชาติแล้ววัสดุยังคงมีโอกาสติดไฟได้ง่ายกว่า </span><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ PIR Foam จึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในอาคารที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความปลอดภัย เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โรงงานผลิตอาหาร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โรงงานยาและเวชภัณฑ์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ศูนย์ข้อมูลและห้องเซิร์ฟเวอร์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ห้องเย็นขนาดใหญ่</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงด้านความร้อนสูง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกใช้วัสดุที่ช่วยชะลอการลุกลามของไฟ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสียหายต่อทรัพย์สินและเพิ่มเวลาในการอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้</span></p>
<h2><span style="font-size: 16pt;"><b>3. ความทนทานต่ออุณหภูมิสูง</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังคาโรงงานในประเทศไทยสามารถมีอุณหภูมิพื้นผิวสูงกว่า 70 องศาเซลเซียสในช่วงเวลากลางวันได้ไม่ยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉนวนที่ใช้งานในพื้นที่ดังกล่าวจึงต้องสามารถรักษาคุณสมบัติของวัสดุไว้ได้ในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">PIR Foam สามารถทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดีกว่า มีเสถียรภาพทางโครงสร้างมากกว่า และมีโอกาสเกิดการเสื่อมสภาพจากความร้อนน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ PU Foam</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสมบัตินี้ช่วยให้ประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนคงที่ตลอดอายุการใช้งาน ลดความจำเป็นในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนวัสดุใหม่ก่อนเวลาอันควร</span></p>
<h2><span style="font-size: 16pt;"><b>4. ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนพลังงานกลายเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักของภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจในปัจจุบัน </span><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าการเลือกใช้วัสดุฉนวนประสิทธิภาพสูงอาจมีต้นทุนเริ่มต้นที่สูงกว่าเล็กน้อย แต่หากสามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน ผลตอบแทนที่ได้รับในระยะยาวมักมีมูลค่าสูงกว่าต้นทุนเริ่มต้นหลายเท่า </span><span style="font-weight: 400;">นี่จึงเป็นเหตุผลที่โครงการก่อสร้างสมัยใหม่จำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับแนวคิดการลงทุนเพื่อประสิทธิภาพระยะยาว มากกว่าการพิจารณาเฉพาะต้นทุนเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว</span></p>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><b>PIR Foam เหมาะกับการใช้งานแบบใด</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">PIR Foam เหมาะสำหรับงานที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพด้านพลังงานและความปลอดภัยสูง เช่น</span></p>
<ul>
<li><b>หลังคาและผนังอาคารประหยัดพลังงาน </b><span style="font-weight: 400;">ช่วยลดความร้อนสะสมภายในอาคาร ทำให้สภาพแวดล้อมภายในเย็นสบายมากขึ้น</span></li>
<li><b>โรงงานอุตสาหกรรม </b><span style="font-weight: 400;">ลดภาระการทำงานของระบบปรับอากาศและช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในพื้นที่ผลิต</span></li>
<li><b>ห้องเย็นและคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ </b><span style="font-weight: 400;">ช่วยรักษาอุณหภูมิให้คงที่และลดการสูญเสียพลังงาน</span></li>
<li><b>ศูนย์ข้อมูลและห้องเซิร์ฟเวอร์ </b><span style="font-weight: 400;">รองรับการควบคุมอุณหภูมิอย่างต่อเนื่องและเพิ่มความปลอดภัยด้านอัคคีภัย</span></li>
<li><b>อาคารที่ต้องการมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม </b><span style="font-weight: 400;">ตอบโจทย์แนวคิดอาคารประหยัดพลังงานและอาคารสีเขียวที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก</span></li>
</ul>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><b>แล้ว PU Foam ยังเหมาะกับงานประเภทใด</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ PIR Foam จะมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าในหลายด้าน แต่ PU Foam ยังคงเป็นวัสดุที่เหมาะสมสำหรับงานบางประเภท เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">งานฉนวนทั่วไปในบ้านพักอาศัย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">งานพ่นโฟมอุดช่องว่าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">งานที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การใช้งานที่ไม่ได้เผชิญกับความร้อนสูงอย่างต่อเนื่อง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การเลือกวัสดุจึงควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งานจริงเป็นสำคัญ</span></p>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><b>เหตุผลที่หลายโครงการจึงเริ่มเปลี่ยนมาเลือกใช้ PIR Foam มากขึ้น</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอดีต PU Foam ถือเป็นตัวเลือกหลักของตลาดฉนวนกันความร้อน แต่เมื่อความต้องการด้านประสิทธิภาพพลังงานและความปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น ทำให้หลายโครงการเริ่มหันมาเลือกใช้ PIR Foam มากขึ้น ปัจจัยสำคัญประกอบด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมอุณหภูมิ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รองรับมาตรฐานอาคารประหยัดพลังงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เพิ่มความปลอดภัยด้านอัคคีภัย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">มีอายุการใช้งานยาวนาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ลดต้นทุนการบำรุงรักษาในอนาคต</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าต้นทุนเริ่มต้นอาจสูงกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาตลอดอายุการใช้งานของอาคารแล้ว PIR Foam มักสามารถสร้างความคุ้มค่าได้มากกว่าในระยะยาว</span></p>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><b>สรุป</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ PIR Foam และ PU Foam จะมีต้นกำเนิดจากวัสดุกลุ่มเดียวกัน แต่ PIR Foam ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นทั้งในด้านการป้องกันความร้อน ความปลอดภัยจากไฟไหม้ และความทนทานต่ออุณหภูมิสูง </span><span style="font-weight: 400;">สำหรับอาคารหรือโรงงานที่ต้องการลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มความปลอดภัย และมองถึงความคุ้มค่าในระยะยาว PIR Foam จึงกลายเป็นวัสดุฉนวนที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในงานก่อสร้างยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งประสิทธิภาพและความยั่งยืนไปพร้อมกัน </span><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้ที่กำลังมองหาแนวทางเลือกฉนวนให้เหมาะกับหน้างานจริง </span><a href="https://www.piraboard.com/"><span style="font-weight: 400;">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</span></a><span style="font-weight: 400;"> สามารถช่วยให้คำปรึกษาและแนะนำโซลูชันที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็นงานที่เน้นการประหยัดพลังงาน การควบคุมอุณหภูมิ หรือการเพิ่มมาตรฐานด้านความปลอดภัย เพื่อให้ได้วัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในระยะยาว</span></p>
<h2><b><span style="font-size: 18pt;">คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ PIR Foam และ PU Foam</span><br />
</b></h2>
<div style="background-color: #00cccc; color: #000000; font-size: 11pt; padding: 15px; border-radius: 15px; box-shadow: 3px 3px 8px rgba(0,0,0,0.20); margin-bottom: 1em;">
<h3 style="margin: 0 0 8px 0; font-size: 11pt; font-weight: bold; color: #000000;">Q. PIR Foam คืออะไร</h3>
<p style="margin: 0; font-size: 11pt; color: #000000; line-height: 1.6;">A. PIR Foam คือวัสดุฉนวนกันความร้อนชนิดโพลีไอโซไซยานูเรต (Polyisocyanurate) ซึ่งพัฒนามาจาก PU Foam โดยมีการปรับปรุงโครงสร้างโมเลกุลให้สามารถป้องกันความร้อนได้ดีขึ้น ทนไฟได้ดีกว่า และมีความปลอดภัยสูงขึ้นเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้</p>
</div>
<div style="background-color: #00cccc; color: #000000; font-size: 11pt; padding: 15px; border-radius: 15px; box-shadow: 3px 3px 8px rgba(0,0,0,0.20); margin-bottom: 1em;">
<h3 style="margin: 0 0 8px 0; font-size: 11pt; font-weight: bold; color: #000000;">Q. PU Foam คืออะไร</h3>
<p style="margin: 0; font-size: 11pt; color: #000000; line-height: 1.6;">A. PU Foam คือฉนวนโพลียูรีเทนที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในงานก่อสร้างและอุตสาหกรรม มีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนที่ดี น้ำหนักเบา และมีต้นทุนที่ประหยัดกว่าเมื่อเทียบกับ PIR Foam</p>
</div>
<div style="background-color: #00cccc; color: #000000; font-size: 11pt; padding: 15px; border-radius: 15px; box-shadow: 3px 3px 8px rgba(0,0,0,0.20); margin-bottom: 1em;">
<h3 style="margin: 0 0 8px 0; font-size: 11pt; font-weight: bold; color: #000000;">Q. PIR Foam กับ PU Foam แตกต่างกันอย่างไร</h3>
<p style="margin: 0; font-size: 11pt; color: #000000; line-height: 1.6;">A. ความแตกต่างหลักอยู่ที่โครงสร้างทางเคมีและคุณสมบัติด้านการใช้งาน โดย PIR Foam มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนสูงกว่า ทนไฟได้ดีกว่า และเกิดควันน้อยกว่าเมื่อเกิดการเผาไหม้ ขณะที่ PU Foam เหมาะสำหรับงานทั่วไปที่ต้องการควบคุมต้นทุนด้านวัสดุ</p>
</div>
<div style="background-color: #00cccc; color: #000000; font-size: 11pt; padding: 15px; border-radius: 15px; box-shadow: 3px 3px 8px rgba(0,0,0,0.20); margin-bottom: 1em;">
<h3 style="margin: 0 0 8px 0; font-size: 11pt; font-weight: bold; color: #000000;">Q. PIR Foam กันความร้อนได้ดีกว่า PU Foam จริงหรือไม่</h3>
<p style="margin: 0; font-size: 11pt; color: #000000; line-height: 1.6;">A. จริง เนื่องจาก PIR Foam มีค่าการนำความร้อนต่ำกว่า จึงสามารถลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคารได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อใช้ความหนาเท่ากัน ส่งผลให้ช่วยลดภาระของเครื่องปรับอากาศและลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว</p>
</div>
<div style="background-color: #00cccc; color: #000000; font-size: 11pt; padding: 15px; border-radius: 15px; box-shadow: 3px 3px 8px rgba(0,0,0,0.20); margin-bottom: 1em;">
<h3 style="margin: 0 0 8px 0; font-size: 11pt; font-weight: bold; color: #000000;">Q. ทำไมโรงงานและคลังสินค้าสมัยใหม่จึงนิยมใช้ PIR Foam มากขึ้น</h3>
<p style="margin: 0; font-size: 11pt; color: #000000; line-height: 1.6;">A. เนื่องจาก PIR Foam สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งด้านการประหยัดพลังงาน ความปลอดภัยจากอัคคีภัย และความคุ้มค่าในระยะยาว จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในอาคารอุตสาหกรรมและโครงการขนาดใหญ่</p>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/pir-foam-vs-pu-foam/">PIR Foam vs PU Foam แตกต่างกันไหม</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.piraboard.com/blog/pir-foam-vs-pu-foam/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อนช่วยลดอุณหภูมิบ้านได้จริงไหม</title>
		<link>https://www.piraboard.com/blog/gypsum-board-reduction/</link>
					<comments>https://www.piraboard.com/blog/gypsum-board-reduction/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[content seo B.]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2026 08:21:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[PIRA SUPER BOARD]]></category>
		<category><![CDATA[ผนังติดฉนวน]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.piraboard.com/?p=2057</guid>

					<description><![CDATA[<p>แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อน คืออะไร และช่วยลดความร้อนได้จริงหรือไม่ คำตอบคือ แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อน ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้จริง หากเลือกใช้งานอย่างเหมาะสมและติดตั้งถูกต้อง โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนอย่างประเทศไทยที่ความร้อนจากหลังคาและผนังภายนอกเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้บ้านสะสมความร้อนตลอดทั้งวัน แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อนทำงานอย่างไร แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อนเป็นวัสดุที่นำคุณสมบัติของแผ่นยิปซั่มและฉนวนกันความร้อนมารวมอยู่ในแผ่นเดียว ทำให้สามารถติดตั้งได้สะดวกและรวดเร็วกว่าการติดตั้งยิปซั่มกับฉนวนแยกชิ้น หลักการทำงานคือ สะท้อนความร้อน ด้วยชั้นฟอยล์ที่ช่วยลดการแผ่รังสีความร้อน ชะลอการถ่ายเทความร้อน ด้วยชั้นฉนวนที่มีค่าการนำความร้อนต่ำ ลดการสะสมอุณหภูมิ บริเวณฝ้าเพดานและผนัง ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในห้อง ให้เย็นสบายได้นานขึ้น เมื่อความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารลดลง เครื่องปรับอากาศจึงไม่ต้องทำงานหนัก ส่งผลให้สามารถช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาวได้อีกทางหนึ่ง ติดตั้งบริเวณใดจึงเห็นผลดีที่สุด หากต้องการให้แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรติดตั้งในตำแหน่งต่อไปนี้ ฝ้าเพดานชั้นบนสุด เป็นตำแหน่งที่ได้รับความร้อนจากหลังคาโดยตรง การติดตั้งแผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนบริเวณนี้สามารถช่วยลดความร้อนสะสมก่อนเข้าสู่พื้นที่ใช้งานภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผนังภายนอกที่รับแสงแดด โดยเฉพาะผนังทิศตะวันตกและทิศใต้ ซึ่งมักได้รับความร้อนสะสมสูงกว่าด้านอื่น การติดตั้งผนังเบาที่มีฉนวนในตัวจะช่วยลดการส่งผ่านความร้อนเข้าสู่ห้องได้ดีขึ้น ห้องที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ PIRA Super Board ยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อนในแผ่นเดียว สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนให้กับบ้าน PIRA Super Board เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานก่อสร้างยุคใหม่PIRA Super Board คือแผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนที่นำ PIR Foam (Polyisocyanurate Foam) [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/gypsum-board-reduction/">แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อนช่วยลดอุณหภูมิบ้านได้จริงไหม</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-size: 18pt;"><b>แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อน คืออะไร และช่วยลดความร้อนได้จริงหรือไม่</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบคือ </span><b>แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อน ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้จริง</b><span style="font-weight: 400;"> หากเลือกใช้งานอย่างเหมาะสมและติดตั้งถูกต้อง โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนอย่างประเทศไทยที่ความร้อนจากหลังคาและผนังภายนอกเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้บ้านสะสมความร้อนตลอดทั้งวัน</span></p>
<h3><span style="font-size: 16pt;"><b>แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อนทำงานอย่างไร</b></span></h3>
<p><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อนเป็นวัสดุที่นำคุณสมบัติของแผ่นยิปซั่มและฉนวนกันความร้อนมารวมอยู่ในแผ่นเดียว ทำให้สามารถติดตั้งได้สะดวกและรวดเร็วกว่าการติดตั้งยิปซั่มกับฉนวนแยกชิ้น หลักการทำงานคือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 14pt;"><b>สะท้อนความร้อน</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยชั้นฟอยล์ที่ช่วยลดการแผ่รังสีความร้อน</span></span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 14pt;"><b>ชะลอการถ่ายเทความร้อน</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยชั้นฉนวนที่มีค่าการนำความร้อนต่ำ</span></span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 14pt;"><b>ลดการสะสมอุณหภูมิ</b><span style="font-weight: 400;"> บริเวณฝ้าเพดานและผนัง</span></span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 14pt;"><b>ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในห้อง</b><span style="font-weight: 400;"> ให้เย็นสบายได้นานขึ้น</span></span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">เมื่อความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารลดลง เครื่องปรับอากาศจึงไม่ต้องทำงานหนัก ส่งผลให้สามารถช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาวได้อีกทางหนึ่ง</span></p>
<h3><span style="font-size: 16pt;"><b>ติดตั้งบริเวณใดจึงเห็นผลดีที่สุด</b></span></h3>
<p><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">หากต้องการให้แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรติดตั้งในตำแหน่งต่อไปนี้</span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 14pt;"><b>ฝ้าเพดานชั้นบนสุด </b><span style="font-weight: 400;">เป็นตำแหน่งที่ได้รับความร้อนจากหลังคาโดยตรง การติดตั้งแผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนบริเวณนี้สามารถช่วยลดความร้อนสะสมก่อนเข้าสู่พื้นที่ใช้งานภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></span></li>
<li><span style="font-size: 14pt;"><b>ผนังภายนอกที่รับแสงแดด </b><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะผนังทิศตะวันตกและทิศใต้ ซึ่งมักได้รับความร้อนสะสมสูงกว่าด้านอื่น การติดตั้งผนังเบาที่มีฉนวนในตัวจะช่วยลดการส่งผ่านความร้อนเข้าสู่ห้องได้ดีขึ้น</span></span></li>
<li><span style="font-size: 14pt;"><b>ห้องที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ </b><span style="font-weight: 400;">เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ</span></span></li>
</ul>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><b>PIRA Super Board ยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อนในแผ่นเดียว</b></span></h2>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนให้กับบ้าน </span><b>PIRA Super Board</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานก่อสร้างยุคใหม่</span></span><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-weight: 400;">PIRA Super Board คือแผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนที่นำ </span><b>PIR Foam (Polyisocyanurate Foam)</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นฉนวนประสิทธิภาพสูง มาผสานเข้ากับวัสดุแผ่นเรียบที่ผลิตจากผงแร่ยิปซั่มอัดแน่น และปิดทับด้วยฟอยล์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสะท้อนและลดการถ่ายเทความร้อน จุดเด่นของ PIRA Super Board ได้แก่</span></span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">ยิปซั่มและฉนวนรวมอยู่ในแผ่นเดียว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">แข็งแรง น้ำหนักเบา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">ติดตั้งได้รวดเร็วในขั้นตอนเดียว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">ช่วยลดความร้อนจากหลังคาและผนัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">เหมาะสำหรับงานฝ้าเพดานและผนังเบาภายในอาคาร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้างและต้นทุนแรงงาน</span></li>
</ul>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><b>ประเภทของแผ่นยิปซั่ม PIRA Super Board และการเลือกใช้งาน</b></span></h2>
<h3><span style="font-size: 16pt;"><b>1. แผ่นยิปซั่มมาตรฐาน (Standard Gypsum Board)</b></span></h3>
<p><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">แผ่นยิปซั่มหนา 9-12 มม. มีทั้งแบบขอบลาดและขอบเรียบ เหมาะสำหรับ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">งานฝ้าเพดานชั้นบนสุดที่ต้องการป้องกันความร้อนจากหลังคา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">ผนังภายในที่อยู่รอบตัวบ้าน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">ผนังที่ได้รับแสงแดดโดยตรง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และพื้นที่พักอาศัยทั่วไป</span></li>
</ul>
<h3><span style="font-size: 16pt;"><b>2. แผ่นยิปซั่มทนความชื้น (Moisture Resistant)</b></span></h3>
<p><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">แผ่นยิปซั่มหนา 9 มม. มีทั้งแบบขอบลาดและขอบเรียบ ออกแบบมาเพื่อใช้งานในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง พร้อมคุณสมบัติช่วยลดความร้อนจากหลังคา เหมาะสำหรับ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">ห้องน้ำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">ห้องครัว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">พื้นที่ที่มีความชื้นสะสมสูง</span></li>
</ul>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><b>สรุป แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อนช่วยลดอุณหภูมิบ้านได้จริง</b></span></h2>
<p><span style="font-size: 14pt;"><b>แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อน </b><span style="font-weight: 400;">สามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้จริง โดยทำหน้าที่ลดการถ่ายเทความร้อนจากหลังคาและผนังเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย ส่งผลให้บ้านเย็นสบายขึ้นและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของระบบปรับอากาศ </span><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างและเพิ่มความคุ้มค่าในระยะยาวแนะนำ </span><b>PIRA Super Board</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยการรวมคุณสมบัติของแผ่นยิปซั่มคุณภาพสูงเข้ากับฉนวน PIR Foam และชั้นฟอยล์สะท้อนความร้อนในแผ่นเดียว ช่วยให้การติดตั้งง่าย รวดเร็ว และตอบโจทย์การอยู่อาศัยในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในงานฝ้าเพดานและผนังภายในอาคารยุคใหม่<br />
</span></span></p>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><strong>คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผ่นยิปซั่ม PIRA Super Board </strong></span></h2>
<p><!-- Q&A Box 1 --></p>
<div style="background: #00CCCC; color: #000000; padding: 20px; border-radius: 15px; box-shadow: 0 4px 12px rgba(128,128,128,0.35); margin-bottom: 15px; line-height: 1.7;">
<p><strong>Q:</strong> แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อนช่วยลดอุณหภูมิบ้านได้จริงไหม?</p>
<p><strong>A:</strong> ช่วยได้จริง โดยลดการถ่ายเทความร้อนจากหลังคาและผนังเข้าสู่ภายในบ้าน ทำให้ห้องเย็นสบายขึ้นและช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ</p>
</div>
<p><!-- Q&A Box 2 --></p>
<div style="background: #00CCCC; color: #000000; padding: 20px; border-radius: 15px; box-shadow: 0 4px 12px rgba(128,128,128,0.35); margin-bottom: 15px; line-height: 1.7;">
<p><strong>Q:</strong> ควรติดตั้งแผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อนบริเวณใดจึงเห็นผลดีที่สุด?</p>
<p><strong>A:</strong> ควรติดตั้งบริเวณฝ้าเพดานชั้นบนสุด ผนังที่รับแสงแดดโดยตรง และห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดความร้อน</p>
</div>
<p><!-- Q&A Box 3 --></p>
<div style="background: #00CCCC; color: #000000; padding: 20px; border-radius: 15px; box-shadow: 0 4px 12px rgba(128,128,128,0.35); margin-bottom: 15px; line-height: 1.7;">
<p><strong>Q:</strong> PIRA Super Board แตกต่างจากแผ่นยิปซั่มทั่วไปอย่างไร?</p>
<p><strong>A:</strong> PIRA Super Board รวมแผ่นยิปซั่ม ฉนวน PIR Foam และชั้นฟอยล์สะท้อนความร้อนไว้ในแผ่นเดียว ช่วยติดตั้งได้รวดเร็ว ลดความร้อน และประหยัดเวลาในการก่อสร้างมากขึ้น</p>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/gypsum-board-reduction/">แผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันร้อนช่วยลดอุณหภูมิบ้านได้จริงไหม</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.piraboard.com/blog/gypsum-board-reduction/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฉนวน PIR ดีกว่าใยแก้ว และใยหินจริงหรือไม่</title>
		<link>https://www.piraboard.com/blog/best-pir-insulation/</link>
					<comments>https://www.piraboard.com/blog/best-pir-insulation/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[content seo B.]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2026 08:14:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[ฉนวน PIR]]></category>
		<category><![CDATA[ฉนวนใยหิน]]></category>
		<category><![CDATA[ฉนวนใยแก้ว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.piraboard.com/?p=2052</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปรียบเทียบข้อแตกต่าง ฉนวน PIR ฉนวนใยแก้ว และฉนวนใยหิน การเลือกวัสดุกันความร้อนสำหรับ บ้าน อาคาร คลังสินค้า หรือโรงงานอุตสาหกรรม เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งค่าไฟ ความปลอดภัย อายุการใช้งานของฉนวน และค่าซ่อมบำรุงในระยะยาว ปัจจุบันมีตัวเลือกยอดนิยมอยู่ 3 ประเภท คือ ฉนวน PIR (Polyisocyanurate) ฉนวนใยแก้ว (Fiberglass)  ฉนวนใยหิน (Rockwool)  ซึ่งแต่ละประเภทมีโครงสร้าง วัสดุตั้งต้น และประสิทธิภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อตั้งคำถามว่า ฉนวน PIR ดีกว่าใยแก้วและใยหินหรือไม่? คำตอบคือ ดีกว่าอย่างชัดเจน โดยสามารถแยกแยะความได้เปรียบในแง่มุมต่างๆ ได้ดังนี้ ค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อน (Thermal Conductivity, k-Value) ฉนวน PIR ชนะขาดลอยด้วยค่าการนำความร้อนที่ต่ำที่สุด (k-Value ~ 0.024 W/m·K **ค่ายิ่งน้อยยิ่งกันความร้อนได้ดี) หมายความว่าในความหนาที่เท่ากัน PIR จะกั้นความร้อนได้ดีที่สุด ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในอาคารหรือห้องเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศหรือระบบทำความเย็นทำงานน้อยลงและประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากที่สุด ฉนวนใยแก้วและใยหิน มีค่าการนำความร้อนที่สูงกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/best-pir-insulation/">ฉนวน PIR ดีกว่าใยแก้ว และใยหินจริงหรือไม่</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-size: 18pt;"><b><span style="font-size: 18pt;">เปรียบเทียบข้อแตกต่าง ฉนวน PIR ฉนวนใยแก้ว และฉนวนใยหิน</span><br />
</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกวัสดุกันความร้อนสำหรับ บ้าน อาคาร คลังสินค้า หรือโรงงานอุตสาหกรรม เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งค่าไฟ ความปลอดภัย อายุการใช้งานของฉนวน และค่าซ่อมบำรุงในระยะยาว ปัจจุบันมีตัวเลือกยอดนิยมอยู่ 3 ประเภท คือ</span></p>
<ul>
<li aria-level="1"><b>ฉนวน PIR (Polyisocyanurate)</b></li>
<li aria-level="1"><b>ฉนวนใยแก้ว (Fiberglass)</b><span style="font-weight: 400;"> </span></li>
<li aria-level="1"><b>ฉนวนใยหิน (Rockwool)</b><span style="font-weight: 400;"> </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งแต่ละประเภทมีโครงสร้าง วัสดุตั้งต้น และประสิทธิภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อตั้งคำถามว่า </span><b>ฉนวน PIR ดีกว่าใยแก้วและใยหินหรือไม่?</b><span style="font-weight: 400;"> คำตอบคือ </span><b>ดีกว่าอย่างชัดเจน</b><span style="font-weight: 400;"> โดยสามารถแยกแยะความได้เปรียบในแง่มุมต่างๆ ได้ดังนี้</span></p>
<h3><span style="font-size: 16pt;"><b>ค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อน (Thermal Conductivity, k-Value)</b></span></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฉนวน PIR</b><span style="font-weight: 400;"> ชนะขาดลอยด้วยค่าการนำความร้อนที่ต่ำที่สุด (k-Value ~ 0.024 W/m·K **ค่ายิ่งน้อยยิ่งกันความร้อนได้ดี) หมายความว่าในความหนาที่เท่ากัน PIR จะกั้นความร้อนได้ดีที่สุด ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในอาคารหรือห้องเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศหรือระบบทำความเย็นทำงานน้อยลงและประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฉนวนใยแก้วและใยหิน</b><span style="font-weight: 400;"> มีค่าการนำความร้อนที่สูงกว่า PIR (k-Value ใยแก้วอยู่ราวๆ 0.032 &#8211; 0.040 W/m·K ส่วนใยหินอยู่ราวๆ 0.034 &#8211; 0.042 W/m·K) หากต้องการให้ได้ประสิทธิภาพการกันความร้อนเท่ากับ PIR จะต้องใช้ฉนวนใยแก้วหรือใยหินที่มีความหนามากกว่าหลายเท่าตัว ซึ่งทำให้เปลืองพื้นที่ใช้งาน</span></li>
</ul>
<h3><span style="font-size: 16pt;"><b>การทนไฟและความปลอดภัยจากอัคคีภัย (Fire Safety)</b></span></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฉนวน PIR</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษที่คิดค้นมาเพื่อต้านทานไฟอย่างแท้จริง เมื่อสัมผัสเปลวไฟโดยตรงจะไม่ติดไฟ ไม่ลามไฟ และที่สำคัญคือ เกิดควันน้อยมากและไม่ปล่อยก๊าซพิษที่เป็นอันตราย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฉนวนใยหิน</b><span style="font-weight: 400;"> มีจุดเด่นด้านการทนไฟสูงมากเช่นกันเนื่องจากทำจากหิน สามารถทนอุณหภูมิได้สูง แต่ในแง่การติดตั้งเพื่อกันไฟในเชิงโครงสร้าง PIR ในรูปแบบแผ่นสำเร็จรูป (Sandwich Panel) จะให้ระบบที่ปิดมิดชิดและป้องกันการผ่านของความร้อนและเปลวไฟได้ดีกว่าในภาพรวม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฉนวนใยแก้ว</b><span style="font-weight: 400;"> แม้เนื้อวัสดุจะไม่ลุกติดไฟ แต่หากเกิดเพลิงไหม้รุนแรง ฉนวนใยแก้วและแผ่นฟอยล์ที่หุ้มอยู่ภายนอกอาจเสียหายและเสื่อมสภาพได้ง่ายกว่า</span></li>
</ul>
<h3><span style="font-size: 16pt;"><b>ความทนทาน การกันความชื้น และอายุการใช้งาน (Durability &amp; Moisture Resistance)</b></span></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฉนวน PIR</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยโครงสร้างเซลล์ปิด (Closed-cell) ทำให้น้ำ ความชื้น หรือไอสารเคมีไม่สามารถซึมผ่านเข้าไปในเนื้อฉนวนได้เลย ป้องกันการเกิดเชื้อรา แบคทีเรีย และไม่ยุบตัวตลอดอายุการใช้งาน จึงมั่นใจได้ว่าเป็นฉนวนที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เนื่องจากโครงสร้างของฉนวนมีความแข็งแรงเชิงกลสูง </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฉนวนใยแก้วและใยหิน</b><span style="font-weight: 400;"> มีโครงสร้างแบบเซลล์เปิด (Open-cell) ที่เป็นเส้นใยถักทอ หากมีน้ำรั่วซึม ความชื้นในอากาศสูง หรือฟอยล์หุ้มฉนวนฉีกขาด เส้นใยจะดูดซับน้ำและอมความชื้นเอาไว้ ซึ่งเมื่อฉนวนใยแก้วหรือใยหินเปียกชื้น ค่าการกันความร้อนจะลดลงทันที อีกทั้งยังมีโอกาสเกิดปัญหาฉนวนทรุดตัว ย้วย ขาด หรือเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราในระยะยาว</span></li>
</ul>
<h3><span style="font-size: 16pt;"><b>สุขอนามัยและความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน (Health &amp; Hygiene)</b></span></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฉนวน PIR</b><span style="font-weight: 400;"> ปลอดภัย 100% ไม่มีเศษฝุ่นผงชนิดเส้นใยหลุดรอดออกมาในอากาศ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือคัน จึงเป็นวัสดุมาตรฐานสากลสำหรับห้องที่ต้องการความสะอาดและปลอดภัยสูง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฉนวนใยแก้วและใยหิน</b><span style="font-weight: 400;"> แม้จะมีผลวิจัยยืนยันว่าไม่จัดเป็นสารก่อมะเร็ง แต่ในการติดตั้งหรือหากเปลือกหุ้มฉนวนฉีกขาด เศษเส้นใยแก้วและใยหินขนาดเล็กสามารถฟุ้งกระจายในอากาศ ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง อาการคันอย่างรุนแรง และหากสูดดมเข้าไปอาจระคายเคืองระบบทางเดินหายใจได้</span></li>
</ul>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><b>แนวทางการเลือกใช้งานให้เหมาะสม</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การพิจารณาเลือกใช้ฉนวนแต่ละประเภท ควรเลือกให้สอดคล้องกับลักษณะของพื้นที่และงบประมาณ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฉนวน PIR เหมาะสำหรับ</b><span style="font-weight: 400;"> อาคารที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพพลังงานขั้นสูง เช่น ห้องเย็น (Cold Room) ห้องแช่แข็ง คลังสินค้า โรงงานอุตสาหกรรมอาหารและยา ห้องปลอดเชื้อ (Cleanroom) รวมถึงบ้านและอาคารยุคใหม่ที่ต้องการความปลอดภัยจากอัคคีภัย และปลอดภัยต่อสุขภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฉนวนใยแก้ว เหมาะสำหรับ</b><span style="font-weight: 400;"> งานโครงสร้างทั่วไปที่มีงบประมาณจำกัด เช่น การปูเหนือฝ้าเพดานบ้านพักอาศัย งานผนังเบาภายในอาคาร หรือการหุ้มท่อลมเย็นในระบบปรับอากาศทั่วไป โดยต้องระวังเรื่องความชื้นและตรวจสอบสภาพฟอยล์หุ้มอยู่เสมอ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฉนวนใยหิน เหมาะสำหรับ</b><span style="font-weight: 400;"> พื้นที่ที่ต้องการการควบคุมเสียงและซับเสียงควบคู่ไปกับการกันไฟ เช่น โรงภาพยนตร์ ห้องอัดเสียง ห้องประชุมขนาดใหญ่ หรือโรงงานอุตสาหกรรมหนักที่มีท่อความร้อนสูง โดยต้องระวังเรื่องความชื้นและตรวจสอบสภาพฟอยล์หุ้มอยู่เสมอเช่นกัน</span></li>
</ul>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><b>บทสรุป</b></span></h2>
<p><b>ฉนวน PIR</b><span style="font-weight: 400;"> ถือเป็นฉนวนที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในกลุ่มวัสดุฉนวนที่นิยมใช้งานในปัจจุบัน ด้วยค่าการนำความร้อนที่ต่ำมาก ช่วยควบคุมอุณหภูมิได้ดีกว่า ใช้ความหนาน้อยกว่า และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และค่าบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ PIR ยังมีคุณสมบัติทนไฟ เกิดควันน้อย ทนความร้อนได้สูง และมีโครงสร้างเซลล์ปิดที่ช่วยป้องกันความชื้นได้ดีกว่า ปลอดภัยไม่มีส่วนประกอบของเส้นใย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องเย็น ห้องคลีนรูม โรงงานอาหาร โรงงานยา คลังสินค้า บ้านและอาคารที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย ในเรื่องของอัคคีภัย และสุขภาพของผู้อยู่อาศัย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการก่อสร้างหรือรีโนเวท บ้าน อาคารและโรงงานยุคใหม่ที่มุ่งเน้นการประหยัดพลังงานและความปลอดภัยระดับสูงสุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/best-pir-insulation/">ฉนวน PIR ดีกว่าใยแก้ว และใยหินจริงหรือไม่</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.piraboard.com/blog/best-pir-insulation/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีเมนต์บอร์ด (Cement Board) คืออะไร? เลือกอย่างไรให้เหมาะกับงาน</title>
		<link>https://www.piraboard.com/blog/cement-board-guide/</link>
					<comments>https://www.piraboard.com/blog/cement-board-guide/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[content seo B.]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 11:54:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[PIRA SUPER BOARD]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเมนต์บอร์ด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.piraboard.com/?p=1919</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซีเมนต์บอร์ด (Cement Board) คือแผ่นซีเมนต์สำเร็จรูปที่ทำจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ที่มีความแข็งแรงทนทาน ทนแดดทนฝน ปลวกไม่กิน ไม่ลามไฟ นิยมใช้ทำผนังเบา, ฝ้าเพดาน, และพื้น ติดตั้งง่าย รวดเร็ว ทั้งงานภายในและภายนอก มีพื้นผิวเรียบเนียนสไตล์ปูนเปลือย จุดเด่นและคุณสมบัติของซีเมนต์บอร์ด ความทนทานสูงในทุกสภาวะ ทนแดด ทนฝน ไม่เปื่อยยุ่ยเมื่อโดนน้ำ เหมาะทั้งงานภายในและภายนอกอาคาร ปลวกไม่กินและไม่ลามไฟ ด้วยส่วนผสมหลักที่เป็นปูนซีเมนต์ ทำให้แมลงกัดกินไม่ได้ และมีคุณสมบัติทนไฟ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับอาคาร ดีไซน์สไตล์โมเดิร์น (Loft Style) มีผิวหน้าที่เรียบเนียน โชว์ลายซีเมนต์สวยงาม เหมาะสำหรับการตกแต่งที่ต้องการลุคปูนเปลือยโดยไม่ต้องฉาบขัดมันให้ยุ่งยาก ติดตั้งง่าย ประหยัดเวลา เป็นระบบการติดตั้งแบบ Dry Process หรือผนังเบา ช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน ลดขยะหน้างาน และประหยัดค่าแรงช่าง ความยืดหยุ่นและการรับแรง รับแรงกระแทกได้ดีกว่าแผ่นยิปซั่ม และมีความยืดหยุ่นสูงกว่าแผ่นคอนกรีตทั่วไป ทำให้ไม่แตกหักง่าย การเลือกความหนาของซีเมนต์บอร์ดให้เหมาะกับการใช้งาน การเลือกความหนา (Thickness) คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้โครงสร้างมั่นคงและใช้งานได้ยาวนาน โดยทั่วไปซีเมนต์บอร์ดจะแบ่งการใช้งานตามความหนาดังนี้ 1. ความหนา 4 &#8211; 8 มม. [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/cement-board-guide/">ซีเมนต์บอร์ด (Cement Board) คืออะไร? เลือกอย่างไรให้เหมาะกับงาน</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><b>ซีเมนต์บอร์ด</b> <b>(Cement Board) </b><span style="font-weight: 400;">คือแผ่นซีเมนต์สำเร็จรูปที่ทำจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ที่มีความแข็งแรงทนทาน ทนแดดทนฝน ปลวกไม่กิน ไม่ลามไฟ นิยมใช้ทำผนังเบา, ฝ้าเพดาน, และพื้น ติดตั้งง่าย รวดเร็ว ทั้งงานภายในและภายนอก มีพื้นผิวเรียบเนียนสไตล์ปูนเปลือย</span></p>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><b>จุดเด่นและคุณสมบัติของซีเมนต์บอร์ด</b></span></h2>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความทนทานสูงในทุกสภาวะ</b><span style="font-weight: 400;"> ทนแดด ทนฝน ไม่เปื่อยยุ่ยเมื่อโดนน้ำ เหมาะทั้งงานภายในและภายนอกอาคาร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปลวกไม่กินและไม่ลามไฟ</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยส่วนผสมหลักที่เป็นปูนซีเมนต์ ทำให้แมลงกัดกินไม่ได้ และมีคุณสมบัติทนไฟ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับอาคาร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดีไซน์สไตล์โมเดิร์น (Loft Style)</b><span style="font-weight: 400;"> มีผิวหน้าที่เรียบเนียน โชว์ลายซีเมนต์สวยงาม เหมาะสำหรับการตกแต่งที่ต้องการลุคปูนเปลือยโดยไม่ต้องฉาบขัดมันให้ยุ่งยาก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ติดตั้งง่าย ประหยัดเวลา</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นระบบการติดตั้งแบบ Dry Process หรือผนังเบา ช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน ลดขยะหน้างาน และประหยัดค่าแรงช่าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความยืดหยุ่นและการรับแรง</b><span style="font-weight: 400;"> รับแรงกระแทกได้ดีกว่าแผ่นยิปซั่ม และมีความยืดหยุ่นสูงกว่าแผ่นคอนกรีตทั่วไป ทำให้ไม่แตกหักง่าย</span></li>
</ol>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><b>การเลือกความหนาของซีเมนต์บอร์ดให้เหมาะกับการใช้งาน</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกความหนา (Thickness) คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้โครงสร้างมั่นคงและใช้งานได้ยาวนาน โดยทั่วไปซีเมนต์บอร์ดจะแบ่งการใช้งานตามความหนาดังนี้</span></p>
<h3><span style="font-size: 16pt;"><b>1. ความหนา 4 &#8211; 8 มม. (งานฝ้าและผนังตกแต่ง)</b></span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมากนัก เช่น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฝ้าเพดาน</b><span style="font-weight: 400;"> ช่วยให้ฝ้าเรียบตึง ไม่แอ่นตัว ทนความชื้นได้ดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผนังเบาทั่วไป</b><span style="font-weight: 400;"> ใช้กรุผนังเดิมเพื่อตกแต่ง หรือทำผนังกั้นห้องภายใน</span></li>
</ul>
<h3><span style="font-size: 16pt;"><b>2. ความหนา 10 &#8211; 12 มม. (งานผนังภายนอกและภายใน)</b></span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความหนาระดับนี้คือความหนายอดนิยมสำหรับงานโครงสร้างผนัง</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผนังภายนอก</b><span style="font-weight: 400;"> สามารถทนแรงลมและสภาพอากาศได้ดี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผนังกั้นห้อง</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ความรู้สึกแข็งแรงเหมือนผนังก่ออิฐ แต่ติดตั้งไวกว่ามาก</span></li>
</ul>
<h3><span style="font-size: 16pt;"><b>3. ความหนา 16 &#8211; 24 มม. (งานพื้น &#8211; Floor Board)</b></span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับงานที่ต้องการการรับน้ำหนักสูง (Structural Work)</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พื้นรองรับวัสดุ</b><span style="font-weight: 400;"> ใช้ปูทับโครงสร้างเหล็กเพื่อปรับระดับพื้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พื้นโชว์ผิว</b><span style="font-weight: 400;"> ใช้เป็นพื้นทางเดินในคาเฟ่หรือที่พักอาศัยที่ต้องการสไตล์ลอฟท์</span></li>
</ul>
<ul class="wp-block-list"></ul>
<!-- /wp:post-content -->

<!-- wp:heading -->
<h2 class="wp-block-heading"><span style="font-size: 18pt;"><b>ตารางสรุป การเลือกความหนาซีเมนต์บอร์ดให้เหมาะสมกับประเภทงาน<br /></b></span></h2>
<p><style>
  .pira-table-section,
  .pira-table-section * {
    box-sizing: border-box;
    font-family: 'Prompt', sans-serif;
  }

  .pira-table-section {
    width: 100%;
    max-width: 980px;
    margin: 24px auto;
  }

  .pira-table-wrapper {
    width: 100%;
    overflow-x: auto;
  }

  .pira-table {
    width: 100%;
    border-collapse: separate;
    border-spacing: 0;
    text-align: center;
    border: 1px solid #b0b0b0;
    border-radius: 16px;
    overflow: hidden;
    background: #ffffff;
  }

  .pira-table th,
  .pira-table td {
    padding: 16px 14px;
    border-right: 1px solid #b0b0b0;
    border-bottom: 1px solid #b0b0b0;
    color: #000;
    transition: background-color 0.25s ease;
  }

  .pira-table th:last-child,
  .pira-table td:last-child {
    border-right: none;
  }

  .pira-table tr:last-child td {
    border-bottom: none;
  }

  .pira-table thead th {
    background: #00CED1;
    font-weight: 600;
  }

  .pira-table tbody tr:hover td {
    background: #AFEEEE;
  }

  @media (max-width: 768px) {
    .pira-table th,
    .pira-table td {
      padding: 12px 10px;
      font-size: 14px;
    }
  }
</style></p>
<div class="pira-table-section">
<div class="pira-table-wrapper">
<table class="pira-table">
<thead>
<tr>
<th>ความหนา (มม.)</th>
<th>ประเภทงานที่เหมาะสม</th>
<th>ตัวอย่างการใช้งาน</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td>4 &#8211; 8 มม.</td>
<td>งานตกแต่งและงานฝ้า</td>
<td>ฝ้าเพดานภายใน-ภายนอก, ผนังตกแต่งเซาะร่อง</td>
</tr>
<tr>
<td>10 &#8211; 12 มม.</td>
<td>งานผนังเบา</td>
<td>ผนังกั้นห้องภายใน, ผนังอาคารภายนอก, ผนังรับแรงกระแทก</td>
</tr>
<tr>
<td>16 &#8211; 20 มม.</td>
<td>งานพื้นรองรับน้ำหนัก</td>
<td>พื้นห้องนอน, พื้นบ้านชั้นสอง, พื้นร้านค้า</td>
</tr>
<tr>
<td>24 มม. ขึ้นไป</td>
<td>งานโครงสร้างพื้นหนัก</td>
<td>พื้นยกระดับ, พื้นที่ที่ต้องรับน้ำหนักเครื่องจักรหรือเฟอร์นิเจอร์หนัก</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<h2 class="wp-block-heading"><!-- wp:heading --></h2>
<h2 class="wp-block-heading"><span style="font-size: 18pt;"><strong>PIRA Super Board ซีเมนต์บอร์ด</strong><strong> วัสดุก่อสร้างที่ตอบโจทย์บ้านยุคใหม่</strong></span></h2>
<h2 class="wp-block-heading"><!-- /wp:heading -->

<!-- wp:paragraph --></h2>
<p>ด้วยเทคโนโลยีการผสานฉนวน PIR Foam ให้เข้ากับซีเมนต์บอร์ด (Cement Board) ทำให้ได้คุณสมบัติที่ดีของฉนวน PIR Foam เพิ่มเติมเข้าไปทั้งในเรื่อง กันความร้อน ช่วยลดค่าไฟฟ้า เสริมความทนไฟ มั่นใจได้ว่าเป็นฉนวนที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่มีฝุ่นพิษของเส้นใย และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานเท่าซีเมนต์บอร์ด จึงถือเป็นวัสดุก่อสร้างที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความแข็งแรง ความปลอดภัย และความสวยงาม สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผนังหรือฝ้า อีกทั้งยังช่วยลดเวลาการติดตั้งเพราะเป็นซีเมนต์บอร์ดพร้อมฉนวนในแผ่นเดียว </p>
<h2 class="wp-block-heading"><!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph --></h2>
<p>PIRA Super Board ซีเมนต์บอร์ด จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับทั้งงานภายในและภายนอกอาคาร หากเลือกใช้ความหนาและประเภทให้เหมาะสม ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างได้ในระยะยาว หากคุณกำลังมองหาวัสดุก่อสร้างที่ทั้งแข็งแรง ติดตั้งง่าย ตอบโจทย์ดีไซน์สมัยใหม่ ปลอดภัยต่อสุขภาพ และยังช่วยประหยัดค่าไฟได้ PIRA Super Board ซีเมนต์บอร์ด คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม</p>
<h2 class="wp-block-heading"><!-- /wp:paragraph --></h2><p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/cement-board-guide/">ซีเมนต์บอร์ด (Cement Board) คืออะไร? เลือกอย่างไรให้เหมาะกับงาน</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.piraboard.com/blog/cement-board-guide/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แผ่นยิปซั่ม PIRA Super Board กันความร้อน ทนไฟ ปลอดภัย เพื่อบ้านยุคใหม่</title>
		<link>https://www.piraboard.com/blog/pira-gypsum-board/</link>
					<comments>https://www.piraboard.com/blog/pira-gypsum-board/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[content seo B.]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 10:51:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[PIRA SUPER BOARD]]></category>
		<category><![CDATA[ยิปซั่ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.piraboard.com/?p=1913</guid>

					<description><![CDATA[<p>PIRA Super Board ยิปซั่ม คือ ฉนวน PIR Foam ที่ผสานเข้ากับวัสดุแผ่นเรียบที่ผลิตจากผงแร่ยิปซั่มอัดแน่น ปิดทับด้วยฟอยล์ ทำให้ได้แผ่นยิปซั่มที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา ติดตั้งรวดเร็วในขั้นตอนเดียว เป็นยิปซั่มพร้อมฉนวนในแผ่นเดียวกัน นิยมใช้ในงานก่อสร้างภายใน เช่น ฝ้าเพดาน และผนังเบา และหากคุณกำลังมองหานวัตกรรมที่เหนือกว่ายิปซั่มทั่วไป PIRA Super Board คือคำตอบที่ตอบโจทย์งานก่อสร้างยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ประเภทของแผ่นยิปซั่ม PIRA Super Board และวิธีเลือกแผ่นยิปซั่มให้เหมาะกับการใช้งาน เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชันของบ้าน PIRA Super Board จึงมีการผลิตออกมาหลายรูปแบบ ดังนี้ แผ่นยิปซั่มมาตรฐาน (ทั่วไป)  หนา 9-12 มม. แบบขอบลาดและขอบเรียบ เหมาะสำหรับงานฝ้าเพดานชั้นบนสุดที่ต้องการป้องกันความร้อนจากหลังคาเข้าสู่ตัวบ้าน และผนังภายในส่วนที่อยู่รอบตัวบ้านหรือผนังที่โดนแสงแดด เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น (ขนาดสินค้า 120x240x3 ซม.) แผ่นยิปซั่มทนความชื้น (Moisture Resistant) ยิปซั่มหนา 9 มม. แบบขอบลาดและขอบเรียบ ออกแบบมาเพื่อใช้ในงานฝ้าเพดาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/pira-gypsum-board/">แผ่นยิปซั่ม PIRA Super Board กันความร้อน ทนไฟ ปลอดภัย เพื่อบ้านยุคใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 12pt;"><b>PIRA Super Board ยิปซั่ม</b><span style="font-weight: 400;"> คือ ฉนวน PIR Foam ที่ผสานเข้ากับวัสดุแผ่นเรียบที่ผลิตจากผงแร่ยิปซั่มอัดแน่น ปิดทับด้วยฟอยล์ ทำให้ได้แผ่นยิปซั่มที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา ติดตั้งรวดเร็วในขั้นตอนเดียว เป็นยิปซั่มพร้อมฉนวนในแผ่นเดียวกัน นิยมใช้ในงานก่อสร้างภายใน เช่น ฝ้าเพดาน และผนังเบา </span><span style="font-weight: 400;">และหากคุณกำลังมองหานวัตกรรมที่เหนือกว่ายิปซั่มทั่วไป </span><b>PIRA Super Board</b><span style="font-weight: 400;"> คือคำตอบที่ตอบโจทย์งานก่อสร้างยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ </span></span></p>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><b>ประเภทของแผ่นยิปซั่ม PIRA Super Board และวิธีเลือกแผ่นยิปซั่มให้เหมาะกับการใช้งาน</b></span></h2>
<p><span style="font-weight: 400; font-size: 12pt;">เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชันของบ้าน PIRA Super Board จึงมีการผลิตออกมาหลายรูปแบบ ดังนี้</span></p>
<ol>
<li><span style="font-size: 12pt;"><b> แผ่นยิปซั่มมาตรฐาน (ทั่วไป)  </b><span style="font-weight: 400;">หนา 9-12 มม.</span> <span style="font-weight: 400;">แบบขอบลาดและขอบเรียบ เหมาะสำหรับงานฝ้าเพดานชั้นบนสุดที่ต้องการป้องกันความร้อนจากหลังคาเข้าสู่ตัวบ้าน และผนังภายในส่วนที่อยู่รอบตัวบ้านหรือผนังที่โดนแสงแดด เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น (ขนาดสินค้า 120x240x3 ซม.)</span></span></li>
<li><span style="font-size: 12pt;"><b>แผ่นยิปซั่มทนความชื้น (Moisture Resistant) </b><span style="font-weight: 400;">ยิปซั่มหนา 9 มม. แบบขอบลาดและขอบเรียบ ออกแบบมาเพื่อใช้ในงานฝ้าเพดาน สำหรับพื้นที่ที่มีความชื้นสูงและต้องการกันความร้อนจากหลังคาเข้าสู่ตัวบ้าน เช่น ห้องน้ำ และห้องครัว ป้องกันการบวมพองและเชื้อรา (ขนาดสินค้า 120x240x3 ซม.)</span></span></li>
</ol>
<h3><span style="font-size: 16pt;"><b>จุดเด่นที่ทำให้ช่างมืออาชีพเลือกใช้ PIRA Super Board</b></span></h3>
<p><span style="font-weight: 400; font-size: 12pt;">หากคุณยังลังเลว่าทำไมควรเลือกใช้แผ่นยิปซั่ม PIRA Super Board นี่คือเหตุผลที่ช่างมืออาชีพและเจ้าของบ้านเลือกใช้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 12pt;"><b>น้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง</b><span style="font-weight: 400;"> PIR Foam ที่ผสานเข้ากับแผ่นยิปซั่ม ทำให้น้ำหนักของแผ่นยิปซั่มเพิ่มจากเดิมเพียง 3 กิโลกรัมต่อแผ่น และด้วยโครงสร้างของโฟมแบบ Close Cell ทำให้แผ่นยิปซั่มมีความแข็งแรงมากขึ้น</span></span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 12pt;"><b>ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว</b><span style="font-weight: 400;"> สามารถติดตั้งได้ง่ายในขั้นตอนเดียว เนื่องจากเป็นแผ่นยิปซั่มพร้อมฉนวนที่ผสานกันเป็นหนึ่งเดียว (ติดตั้งเข้ากับโครงคร่าวขนาดเท่าเดิมด้วยสกรูยาว 2 นิ้ว) ทั้งยังตัดแต่งรูปทรงได้ง่ายด้วยมีดคัตเตอร์หรืออุปกรณ์ตัดแผ่นยิปซั่มทั่วไป การฉาบรอยต่อทำได้เรียบเนียนสนิท ไร้รอยต่อ (Seamless) ดูสวยงามทันสมัย</span></span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 12pt;"><b>ความปลอดภัยสูง ทนไฟ</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยคุณสมบัติทางเคมีของ PIR Foam ที่ทนไฟได้ดี ช่วยชะลอการลุกไหม้ของเปลวไฟ และปลอดภัยไม่มีเส้นใยที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของช่างผู้ติดตั้งงาน และของผู้อยู่อาศัย</span></span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 12pt;"><b>เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</b><span style="font-weight: 400;"> อายุการใช้งานของฉนวน PIR Foam ยาวนานเท่าแผ่นยิปซั่ม ไม่ต้องเปลี่ยนฉนวนบ่อย ลดขยะและยังช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ช่วยลดโลกร้อน</span></span></li>
</ol>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><b>สรุป ยกระดับบ้านของคุณด้วย PIRA Super Board</b></span></h2>
<p><span style="font-size: 12pt;"><span style="font-weight: 400;">การเลือกแผ่นยิปซั่มไม่ใช่แค่เรื่องของความหนา แต่ต้องสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิต </span><b>PIRA Super Board</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่เพียงแต่เป็นวัสดุแผ่นเรียบที่ใช้ปิดพื้นผิว แต่คือเทคโนโลยีการผสานฉนวน PIR Foam เข้ากับแผ่นยิปซั่ม ที่ช่วยให้บ้านของคุณ </span><b>กันร้อน ทนไฟ ปลอดภัย และประหยัดค่าไฟ </b><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของบ้านที่ต้องการรีโนเวทเพื่อความเย็นสบายและปลอดภัย หรือผู้รับเหมาที่มองหาวัสดุติดตั้งง่ายและมีคุณภาพสูง แผ่นยิปซั่ม PIRA Super Board คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดในยุคนี้</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/pira-gypsum-board/">แผ่นยิปซั่ม PIRA Super Board กันความร้อน ทนไฟ ปลอดภัย เพื่อบ้านยุคใหม่</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.piraboard.com/blog/pira-gypsum-board/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ PIRA SUPER BOARD และวิธีคำนวณวัสดุ</title>
		<link>https://www.piraboard.com/blog/drywall-ceiling-installation-guide/</link>
					<comments>https://www.piraboard.com/blog/drywall-ceiling-installation-guide/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[content seo B.]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Dec 2025 10:10:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[PIRA SUPER BOARD]]></category>
		<category><![CDATA[ติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.piraboard.com/?p=1227</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคล็ดลับการติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ PIRA SUPER BOARD และวิธีคำนวณวัสดุที่ใช้ติดตั้ง การติดตั้งฝ้าฉาบเรียบถือเป็นหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมที่ช่วยให้บ้านหรืออาคารมีความเรียบร้อย ดูสวยงาม และช่วยปกปิดงานระบบบนฝ้าได้อย่างเป็นระเบียบ ซึ่ง “PIRA SUPER BOARD” คือวัสดุที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในงานติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ เพราะมีความแข็งแรง ทนทาน และติดตั้งง่าย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักวัสดุชนิดนี้ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ วิธีคำนวณปริมาณวัสดุ รวมถึงเคล็ดลับติดตั้งให้ได้งานที่สวย ตรงมาตรฐาน และใช้งานได้ยาวนานครับ ฝ้าฉาบเรียบ PIRA SUPER BOARD คืออะไร PIRA SUPER BOARD คือ แผ่นยิปซั่มที่ผสานกับฉนวนกันความร้อนชนิด PIR Foam ทำให้แผ่นมีความแข็งแรง ทนความชื้น ไม่บิดงอ มีอายุการใช้งานยาวนาน และเป็นยิปซั่มที่กันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับใช้เป็นฝ้าฉาบเรียบภายในและภายนอกอาคาร ที่มีคุณสมบัติจุดเด่นของ PIRA SUPER BOARD เป็นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันความร้อน PIR Foam ติดตั้งง่าย สามารถฉาบทำผิวได้เรียบเนียน น้ำหนักเบา ใช้ติดตั้งเข้ากับโครงสร้างหรือโครงคร่าวขนาดเท่าเดิม ใช้ได้ทั้งงานฝ้า และงานผนัง ทนความชื้น ไม่บวม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/drywall-ceiling-installation-guide/">การติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ PIRA SUPER BOARD และวิธีคำนวณวัสดุ</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><b>เคล็ดลับการติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ PIRA SUPER BOARD และวิธีคำนวณวัสดุที่ใช้ติดตั้ง</b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">การติดตั้งฝ้าฉาบเรียบถือเป็นหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมที่ช่วยให้บ้านหรืออาคารมีความเรียบร้อย ดูสวยงาม และช่วยปกปิดงานระบบบนฝ้าได้อย่างเป็นระเบียบ ซึ่ง “</span><b>PIRA SUPER BOARD</b><span style="font-weight: 400;">” คือวัสดุที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในงานติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ เพราะมีความแข็งแรง ทนทาน และติดตั้งง่าย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักวัสดุชนิดนี้ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ วิธีคำนวณปริมาณวัสดุ รวมถึงเคล็ดลับติดตั้งให้ได้งานที่สวย ตรงมาตรฐาน และใช้งานได้ยาวนานครับ</span></p>
<h2><b>ฝ้าฉาบเรียบ PIRA SUPER BOARD คืออะไร</b></h2>
<p><b>PIRA SUPER BOARD</b><span style="font-weight: 400;"> คือ แผ่นยิปซั่มที่ผสานกับฉนวนกันความร้อนชนิด PIR Foam ทำให้แผ่นมีความแข็งแรง ทนความชื้น ไม่บิดงอ มีอายุการใช้งานยาวนาน และเป็นยิปซั่มที่กันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับใช้เป็นฝ้าฉาบเรียบภายในและภายนอกอาคาร ที่มีคุณสมบัติ</span><b>จุดเด่นของ PIRA SUPER BOARD</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เป็นยิปซั่มพร้อมฉนวนกันความร้อน PIR Foam</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ติดตั้งง่าย สามารถฉาบทำผิวได้เรียบเนียน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">น้ำหนักเบา ใช้ติดตั้งเข้ากับโครงสร้างหรือโครงคร่าวขนาดเท่าเดิม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ใช้ได้ทั้งงานฝ้า และงานผนัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทนความชื้น ไม่บวม ไม่ขึ้นรา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ทนไฟ ผ่านการทดสอบจากสถาบันระดับสากล</span><span style="font-weight: 400;">
<p></span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ PIRA SUPER BOARD จึงเป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับงานฝ้าฉาบเรียบที่ต้องการมาตรฐานสูง ความสวยงามคงทน และช่วยป้องกันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<h2><b>อุปกรณ์จำเป็นสำหรับติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ </span><b>PIRA SUPER BOARD</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องใช้อุปกรณ์และวัสดุหลายชนิดเพื่อให้ได้งานที่เรียบเนียนและมั่นคง อาทิ แผ่นยิปซั่ม โครงซีลายน์ ฉากริม คลิปล็อค ลวดแขวนท่อนบน ฉากยึดท้องพื้น สปริงล็อก ปูนฉาบ ขอล็อกโครง พุกเหล็ก ตัวต่อโครง และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น สกรูต่างๆ</span></p>
<h2><b>วิธีคำนวณวัสดุที่ใช้ติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การคำนวณวัสดุแบ่งออกเป็น 3 หมวดหลัก คือ </span><b>งานยิปซัม</b><span style="font-weight: 400;">, </span><b>โครงคร่าว</b><span style="font-weight: 400;">, และ </span><b>ชุดแขวน</b></p>
<h3><b>1. งานยิปซัม</b></h3>
<table style="width: 61.3444%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 41.1765%;"><b>ชนิดวัสดุ</b></td>
<td style="width: 18.1818%;"><b>สูตรคำนวณ</b></td>
<td style="width: 59.3583%;"><b>ตัวอย่าง (พื้นที่ 150 ตร.ม.)</b></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 41.1765%;"><b>แผ่นยิปซั่ม (1200 x 2400 มม.)</b></td>
<td style="width: 18.1818%;"><b>พื้นที่ x 0.37</b></td>
<td style="width: 59.3583%;"><b>150 x 0.37 = 55.5 → 56 แผ่น</b></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 41.1765%;"><b>ปูนฉาบ</b></td>
<td style="width: 18.1818%;"><b>พื้นที่ x 0.021</b></td>
<td style="width: 59.3583%;"><b>150 x 0.021 = 3.15 → 4 ถุง</b></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 41.1765%;"><b>สกรูยึดแผ่นยิปซั่ม</b></td>
<td style="width: 18.1818%;"><b>พื้นที่ x 14.7</b></td>
<td style="width: 59.3583%;"><b>150 x 14.7 = 2,205 ตัว</b></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>2. ระบบโครงคร่าว</b></h3>
<table style="width: 61.3689%;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 29.6037%;"><b>ชนิดวัสดุ</b></td>
<td style="width: 29.1375%;"><b>สูตรคำนวณ</b></td>
<td style="width: 97.8462%;"><b>ตัวอย่าง (พื้นที่ 150 ตร.ม.)</b></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 29.6037%;"><b>โครงคร่าวซีลายน์</b></td>
<td style="width: 29.1375%;"><b>พื้นที่ x 0.92</b></td>
<td style="width: 97.8462%;"><b>150 x 0.92 = 138 โครง</b></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 29.6037%;"><b>ฉากริม</b></td>
<td style="width: 29.1375%;"><b>พื้นที่ x 0.32</b></td>
<td style="width: 97.8462%;"><b>150 x 0.32 = 48 ฉาก</b></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 29.6037%;"><b>คลิปล็อค</b></td>
<td style="width: 29.1375%;"><b>พื้นที่ x 2.63</b></td>
<td style="width: 97.8462%;"><b>150 x 2.63 = 395 คลิปล็อค</b></td>
</tr>
<tr>
<td style="width: 29.6037%;"><b>ตัวต่อโครง</b></td>
<td style="width: 29.1375%;"><b>พื้นที่ x 0.92</b></td>
<td style="width: 97.8462%;"><b>150 x 0.92 = 138 ตัว</b></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>3. ชุดแขวน</b></h3>
<p><b>ชุดแขวนประกอบด้วยสปริงล็อค ขอล็อกโครง ฉากยึดท้องพื้น ลวดแขวน และพุกเหล็ก ใช้สูตรเดียวกัน</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สูตร: พื้นที่ x 0.87</b><b><br />
</b><b> ตัวอย่าง: 150 x 0.87 = 130.5 → 131 ชุดแขวน</b></li>
</ul>
<h3><b> วิธีติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ PIRA SUPER BOARD</b></h3>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กำหนดระดับความสูง</b><span style="font-weight: 400;"> ตั้งแนวเส้นและติดตั้งโครงริมตามผนัง (เว้นระยะสกรูกับโครงริม 30 ซม.)</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ติดตั้งชุดแขวนฝ้าเพดาน</b><span style="font-weight: 400;"> ยึดฉากยึดท้องพื้นกับพุกเหล็กที่พื้นเหนือฝ้า ห่างจากผนัง 30 ซม. และเว้นระยะไม่เกิน 100 ซม. จากนั้นติดตั้งลวดแขวนสลับข้างกับขอล็อกโครง</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปรับระดับโครงหลักให้เท่ากัน</b><span style="font-weight: 400;"> ต่อคลิปล็อคสลับข้าง แล้วต่อโครงเข้ากับคลิปล็อค (เว้นระยะไม่เกิน 40 ซม.)</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ติดตั้งแผ่นฝ้าฉาบเรียบ</b><span style="font-weight: 400;"> ประกบแผ่นฝ้ากับโครง ใช้สกรูความยาว 2 นิ้ว ยึดแผ่น (เว้นระยะสกรูจากขอบ 1 ซม. แนวขอบไม่เกิน 20 ซม. และระหว่างตัวแผ่นไม่เกิน 30 ซม.) ให้ด้านยาวของแผ่นตั้งฉากไปในแนวเดียวกันกับโครงซอย</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฉาบรอยต่อและหัวสกรู</b><span style="font-weight: 400;"> ใช้ปูนฉาบหรือสกิมโค้ทเก็บรอยต่อและหัวสกรูให้เรียบเนียน</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทาสีและตกแต่ง</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อฉาบและขัดเรียบแล้ว สามารถทาสีฝ้าเพดานตามต้องการ</span></li>
</ol>
<h2><b>เคล็ดลับการติดตั้งฝ้าฉาบเรียบให้ได้งานเนียน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การติดตั้งฝ้าฉาบเรียบให้ได้งานเนียนควรเริ่มจากการตรวจระดับด้วยเลเซอร์เพื่อให้โครงคร่าวอยู่ในระนาบเดียวกัน ลดปัญหาฝ้าเอียงและพื้นผิวไม่เรียบ เมื่อติดตั้งแผ่นควรเว้นรอยต่อ 3–5 มม. เพื่อรองรับการขยายตัวและลดการแตกร้าว พร้อมใช้เทปฉาบรอยต่อที่มีคุณภาพเพื่อให้ผิวเรียบเนียน หลังจากนั้นควรฉาบบาง ๆ หลายรอบแทนการฉาบหนาในครั้งเดียวเพื่อควบคุมผิวได้ดีขึ้น และควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งในจุดที่มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเร็ว รวมถึงตรวจเช็กความแข็งแรงของโครงคร่าวก่อนยิงสกรูทุกครั้ง.</span></p>
<h1><b>สรุปเรื่องการติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ PIRA SUPER BOARD</b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝ้าฉาบเรียบ PIRA SUPER BOARD เป็นวัสดุที่มีคุณภาพสูง ทนทาน ติดตั้งง่าย และให้ผิวงานที่เรียบเนียนสวยงาม การคำนวณวัสดุตามสูตรมาตรฐานจะช่วยให้วางแผนงบประมาณได้อย่างแม่นยำ เมื่อติดตั้งตามขั้นตอนที่ถูกต้องและใช้เคล็ดลับที่แนะนำไว้ ก็จะทำให้งานฝ้าฉาบเรียบของคุณออกมาสวย แข็งแรง ใช้งานได้ยาวนาน และช่วยป้องกันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/drywall-ceiling-installation-guide/">การติดตั้งฝ้าฉาบเรียบ PIRA SUPER BOARD และวิธีคำนวณวัสดุ</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.piraboard.com/blog/drywall-ceiling-installation-guide/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มาตรฐาน BS 476</title>
		<link>https://www.piraboard.com/blog/bs-476-standard/</link>
					<comments>https://www.piraboard.com/blog/bs-476-standard/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[content seo B.]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Oct 2025 10:06:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[BS 476 Part 7 Class 1]]></category>
		<category><![CDATA[PIRA SUPER BOARD]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน BS 476 Part 6 Class 0]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.piraboard.com/?p=1200</guid>

					<description><![CDATA[<p>PIRA SUPER BOARD แผ่นฝ้าและผนังติดฉนวน PIR Foam มาตรฐาน BS 476 PIRA SUPER BOARD แผ่นฝ้าและผนังสำเร็จรูปที่มาพร้อม ฉนวน PIR Foam ซึ่งมีคุณสมบัติในการกันความร้อนสูง ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน และสามารถติดตั้งได้ง่าย สะดวกต่อการทำงานในงานก่อสร้างทั้งอาคารพาณิชย์ โรงงาน และที่อยู่อาศัย เน้นด้านความปลอดภัยจากไฟไหม้ ด้วยการทดสอบมาตรฐานสากล BS 476 และได้รับการรับรอง BS 476 Part 6 Class 0 และ Part 7 Class 1 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่ออัคคีภัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มาตรฐาน BS 476 คืออะไร มาตรฐาน BS 476 เป็นมาตรฐานของอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการทนไฟของวัสดุก่อสร้าง โดยแบ่งเป็นหลายส่วน (Parts) เพื่อวัดประสิทธิภาพของวัสดุต่าง ๆ ในด้านการลามไฟ การติดไฟ และความสามารถในการทนความร้อน BS [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/bs-476-standard/">มาตรฐาน BS 476</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><b>PIRA SUPER BOARD แผ่นฝ้าและผนังติดฉนวน PIR Foam มาตรฐาน BS 476</b></h2>
<p><b>PIRA SUPER BOARD</b><span style="font-weight: 400;"> แผ่นฝ้าและผนังสำเร็จรูปที่มาพร้อม </span><b>ฉนวน PIR Foam</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งมีคุณสมบัติในการกันความร้อนสูง ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน และสามารถติดตั้งได้ง่าย สะดวกต่อการทำงานในงานก่อสร้างทั้งอาคารพาณิชย์ โรงงาน และที่อยู่อาศัย เน้นด้านความปลอดภัยจากไฟไหม้ ด้วยการทดสอบมาตรฐานสากล </span><b>BS 476</b><span style="font-weight: 400;"> และได้รับการรับรอง </span><b>BS 476 Part 6 Class 0 และ Part 7 Class 1</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่ออัคคีภัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล</span></p>
<h2><b>มาตรฐาน BS 476 คืออะไร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">มาตรฐาน </span><b>BS 476</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นมาตรฐานของอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการทนไฟของวัสดุก่อสร้าง โดยแบ่งเป็นหลายส่วน (Parts) เพื่อวัดประสิทธิภาพของวัสดุต่าง ๆ ในด้านการลามไฟ การติดไฟ และความสามารถในการทนความร้อน</span></p>
<h3><b>BS 476 Part 6 Class 0</b></h3>
<p><b>BS 476 Part 6 </b><span style="font-weight: 400;">เป็นการnดสอบ Fine Propagation (การลามไฟ) เป็นการทดลองเพื่อวัดและประเมินความ</span><span style="font-weight: 400;">สามารถของวัสดุ ในการลามติดไฟเมื่อสัมผัสเปลวไฟ เพื่อพิจาณาว่าวัสดนั้นมีแนวโน้มที่จะลามไฟและก่อให้เกิดอันตรายมากน้อยเพียงใดในสถานการณ์ไฟไหม้จริง นาน 20 นาที</span><span style="font-weight: 400;">การทดสอบนี้ทำให้มั่นใจได้ว่า </span><b>PIRA SUPER BOARD</b><span style="font-weight: 400;"> จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว</span></p>
<h3><b>BS 476 Part 7 Class 1</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>BS 476 Part 7 Class 1 </b><span style="font-weight: 400;">คือเปลวไฟลามน้อยที่สุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เป็นมาตรฐานในการยอมรับในระดับสากล</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">จากผลลัพธ์เหล่านี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้งานจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่ทั้งปลอดภัย แข็งแรง และมีประสิทธิภาพสูงสุด</span></p>
<p><div style="width: 960px;" class="wp-video"><video class="wp-video-shortcode" id="video-1200-1" width="960" height="540" autoplay preload="metadata" controls="controls"><source type="video/mp4" src="https://www.piraboard.com/wp-content/uploads/2025/10/คลิปเผาไฟ.mp4?_=1" /><a href="https://www.piraboard.com/wp-content/uploads/2025/10/คลิปเผาไฟ.mp4">https://www.piraboard.com/wp-content/uploads/2025/10/คลิปเผาไฟ.mp4</a></video></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยการได้รับ </span><b>มาตรฐาน BS 476 Part 6 Class 0 และ Part 7 Class 1</b><span style="font-weight: 400;"> ทำให้มั่นใจได้ว่า PIRA SUPER BOARD เป็นวัสดุก่อสร้างที่เชื่อถือได้ เหมาะสำหรับทุกโครงการทั้งอาคารพาณิชย์ โรงงาน โกดังสินค้า และบ้านพักอาศัย </span><b>เลือก PIRA SUPER BOARD</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อความปลอดภัย ความทนทาน และประสิทธิภาพในการป้องกันไฟและความร้อนสูงสุด</span></p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/bs-476-standard/">มาตรฐาน BS 476</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.piraboard.com/blog/bs-476-standard/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		<enclosure url="https://www.piraboard.com/wp-content/uploads/2025/10/คลิปเผาไฟ.mp4" length="14112665" type="video/mp4" />

			</item>
		<item>
		<title>ค่าของฉนวน PIR foam K R B2</title>
		<link>https://www.piraboard.com/blog/pir-insulation-k-r-b2-values/</link>
					<comments>https://www.piraboard.com/blog/pir-insulation-k-r-b2-values/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[content seo B.]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Aug 2025 10:00:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[PIRA SUPER BOARD]]></category>
		<category><![CDATA[R และ B2]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าของฉนวน PIR จาก K]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.piraboard.com/?p=1222</guid>

					<description><![CDATA[<p>อธิบายความหมายของแต่ละค่าของฉนวน PIR foam K R B2 เมื่อพูดถึงวัสดุฉนวนสมัยใหม่ PIR (Polyisocyanurate) มักถูกเลือกใช้เพราะมีคุณสมบัติทั้ง กันความร้อนดีและทนไฟ ซึ่งวัสดุฉนวนแต่ละประเภทจะมีตัวชี้วัดหลัก ๆ 3 ค่า ที่ช่วยให้เราเข้าใจประสิทธิภาพของวัสดุได้ง่าย ๆ ได้แก่ ค่า K, ค่า R และ Fire Class B2 1. ค่า K – Thermal Conductivity (ค่าการนำความร้อน) สัญลักษณ์: K หรือ λ (lambda) หน่วย: W/m·K ค่า K คือค่าที่บอกว่า วัสดุนำความร้อนดีแค่ไหน ยิ่งค่าน้อย ยิ่งหมายความว่าวัสดุ กันความร้อนได้ดี ตัวอย่างเช่น แผ่นฉนวน PIR มีค่า K ประมาณ 0.020–0.024 W/m·K [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/pir-insulation-k-r-b2-values/">ค่าของฉนวน PIR foam K R B2</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><b>อธิบายความหมายของแต่ละค่าของฉนวน PIR foam K R B2</b></h2>
<p><span style="font-size: 16pt;"><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงวัสดุฉนวนสมัยใหม่ </span><b>PIR (Polyisocyanurate)</b><span style="font-weight: 400;"> มักถูกเลือกใช้เพราะมีคุณสมบัติทั้ง </span><b>กันความร้อนดีและทนไฟ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งวัสดุฉนวนแต่ละประเภทจะมีตัวชี้วัดหลัก ๆ 3 ค่า ที่ช่วยให้เราเข้าใจประสิทธิภาพของวัสดุได้ง่าย ๆ ได้แก่ </span><b>ค่า K, ค่า R และ Fire Class B2</b></span></p>
<h2><span style="font-size: 16pt;"><b>1. ค่า K – Thermal Conductivity (ค่าการนำความร้อน)</b></span></h2>
<p><span style="font-size: 14pt;"><b>สัญลักษณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> K หรือ λ (lambda)</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span> <b>หน่วย:</b><span style="font-weight: 400;"> W/m·K</span></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-weight: 400;">ค่า K คือค่าที่บอกว่า </span><b>วัสดุนำความร้อนดีแค่ไหน</b><span style="font-weight: 400;"> ยิ่งค่าน้อย ยิ่งหมายความว่าวัสดุ </span><b>กันความร้อนได้ดี</b></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>ตัวอย่างเช่น</strong></span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-weight: 400;">แผ่นฉนวน </span><b>PIR</b><span style="font-weight: 400;"> มีค่า K ประมาณ </span><b>0.020–0.024 W/m·K</b></span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-weight: 400;">ซึ่งดีกว่า </span><b>PU Foam (Polyurethane)</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>EPS (โฟมขาว)</b><b><br />
</b></span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">ดังนั้นถ้าต้องการวัสดุกันร้อนดี PIR ถือว่าเป็นตัวเลือกที่โดดเด่น</span></p>
<h3><strong><span style="font-size: 16pt;">2. </span><span style="font-size: 16pt;">สูตรคำนวณจากสมบัติวัสดุ (สำหรับแผ่นวัสวัสดุ)</span></strong></h3>
<p><span style="font-size: 14pt;">ใช้สำหรับคำนวณค่า R ของฉนวนหรือผนัง โดยคำนึงถึงความหนาและชนิดวัสดุ</span></p>
<div style="display: block; text-align: center; margin: 30px 0; font-family: 'Times New Roman', serif; color: #333;">
<div style="display: inline-flex; align-items: center; vertical-align: middle;">
<p><!-- ตัว R และเครื่องหมายเท่ากับ --><br />
<span style="font-size: 36px; font-weight: bold; font-style: italic; margin-right: 10px;">R =</span></p>
<p><!-- กลุ่มเศษส่วน --></p>
<div style="display: inline-flex; flex-direction: column; align-items: center; min-width: 60px;">
<p><span style="font-size: 28px; padding: 0 5px; line-height: 1;">(L)</span></p>
<hr style="width: 100%; border: 0; border-top: 2px solid #333; margin: 4px 0;" />
<p><span style="font-size: 28px; padding: 0 5px; line-height: 1;">(k)</span></p>
</div>
</div>
</div>
<ul>
<li><span style="font-size: 14pt;"><strong>R (Thermal Resistance)</strong> หน่วย m K/W</span></li>
<li><span style="font-size: 14pt;"><strong>L (Thickness)</strong> ความหนาของวัสดุ (เมตร)</span></li>
<li><span style="font-size: 14pt;"><strong>k (Thermal Conductivity)</strong> ค่าการนำความร้อนของวัสดุ (W/mK) Thermtest +1</span></li>
</ul>
<h3><span style="font-size: 16pt;"><b>3. ค่า B2 – Fire Class (ระดับการทนไฟ ตามมาตรฐาน DIN 4102)</b></span></h3>
<p><span style="font-size: 14pt;"><b>สัญลักษณ์</b><span style="font-weight: 400;"> B2</span></span></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-weight: 400;">ค่า B2 เป็นมาตรฐาน </span><b>การติดไฟของวัสดุจากเยอรมนี</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมีระดับดังนี้</span></span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 14pt;"><b>B1</b><span style="font-weight: 400;"> Difficult to ignite → ยากต่อการติดไฟ (ดีที่สุด)</span></span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 14pt;"><b>B2</b><span style="font-weight: 400;"> Normally flammable → ติดไฟได้ตามปกติ</span></span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 14pt;"><b>B3</b><span style="font-weight: 400;"> Easily flammable → ติดไฟง่าย</span></span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-weight: 400;">สำหรับ </span><b>PIR ส่วนมากจะผ่านมาตรฐาน B2 หรือดีกว่า</b></span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 14pt;"><span style="font-weight: 400;">บางเกรดสามารถถึง </span><b>B1</b></span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-size: 14pt;"><b>คุณสมบัติเด่น:</b><span style="font-weight: 400;"> ทนไฟมากกว่า PU Foam เมื่อโดนไฟจะไม่ละลายหยด แต่จะเกิดคาร์บอนบาง ๆ ที่ช่วย </span><b>ชะลอการลุกลามของไฟ</b></span></li>
</ul>
<h2><span style="font-size: 18pt;"><b> สรุปภาพรวม</b></span></h2>
<table style="width: 92.5033%; height: 236px;" border="1" cellspacing="0" cellpadding="6">
<tbody>
<tr style="background: #33FFFF;">
<th style="height: 40px;"><span style="font-size: 10pt;">ค่าที่วัด</span></th>
<th style="height: 40px;"><span style="font-size: 10pt;">ชื่อเต็ม</span></th>
<th style="height: 40px;"><span style="font-size: 10pt;">หน่วย</span></th>
<th style="height: 40px;"><span style="font-size: 10pt;">ความหมาย</span></th>
<th style="height: 40px;"><span style="font-size: 10pt;">ยิ่งมาก/น้อยยิ่งดี</span></th>
</tr>
<tr style="background: #FFFFFF;">
<td style="height: 46px; text-align: center;"><span style="font-size: 12pt;"><strong>K</strong></span></td>
<td style="height: 46px;"><span style="font-size: 12pt;">Thermal Conductivity</span></td>
<td style="height: 46px;"><span style="font-size: 12pt;">W/m·K</span></td>
<td style="height: 46px;"><span style="font-size: 12pt;">ค่าการนำความร้อน</span></td>
<td style="height: 46px;"><span style="font-size: 12pt;">น้อย → กันร้อนดี</span></td>
</tr>
<tr style="background: #CCFFFF;">
<td style="height: 46px; text-align: center;"><span style="font-size: 12pt;"><strong>R</strong></span></td>
<td style="height: 46px;"><span style="font-size: 12pt;">Thermal Resistance</span></td>
<td style="height: 46px;"><span style="font-size: 12pt;">m²·K/W</span></td>
<td style="height: 46px;"><span style="font-size: 12pt;">ค่าความต้านทานความร้อน</span></td>
<td style="height: 46px;"><span style="font-size: 12pt;">มาก → กันร้อนดี</span></td>
</tr>
<tr style="background: #FFFFFF;">
<td style="height: 46px; text-align: center;"><span style="font-size: 12pt;"><strong>B2</strong></span></td>
<td style="height: 46px;"><span style="font-size: 12pt;">Fire Class (DIN 4102)</span></td>
<td style="height: 46px;"><span style="font-size: 12pt;">–</span></td>
<td style="height: 46px;"><span style="font-size: 12pt;">ระดับการติดไฟ</span></td>
<td style="height: 46px;"><span style="font-size: 12pt;">B1 ดีสุด → B2 ปกติ</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400; font-size: 14pt;">ด้วยข้อมูลเหล่านี้ คุณสามารถ <b>เลือกวัสดุฉนวน PIR</b> ให้เหมาะกับการใช้งาน ทั้งในเรื่องการกันความร้อนและความปลอดภัยจากไฟได้อย่างมั่นใจ</span></p>
<p>The post <a href="https://www.piraboard.com/blog/pir-insulation-k-r-b2-values/">ค่าของฉนวน PIR foam K R B2</a> appeared first on <a href="https://www.piraboard.com">บริษัท เน็ทเท็ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.piraboard.com/blog/pir-insulation-k-r-b2-values/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
